หน้าหนาวดูแลปลากัดอย่างไรดี

หนาวมาแล้วครับ… หลายๆคนคงจะสังเกตเห็นว่าปลากัดที่เราเลี้ยงในโหลบางตัวมีอาการซึม บางตัวไม่กินอาหาร บางตัวครีบลู่ลีบ ดูไม่คึกคัก… ซึ่งคงจะทำให้เจ้าของปลาเกิดความรู้สึกทรมานใจไม่น้อย แล้วถ้าเป็นกับปลาตัวโปรดแสนรัก หรือปลาที่เราตั้งใจว่าจะต้องเก็บไว้เพื่อนำมาพัฒนาสายพันธุ์ต่อด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ร้อนรุ่มในใจกันพอสมควร…

ผมเองก้เป็นอีกคนหนึ่งที่พบและประสบเหตุการณ์แบบเดียวกับหลายๆคน และผมเองก็เลี้ยงปลาในแบบธรรมชาติซะด้วย คืออุณหภูมิเปลี่ยนแปลงไปตามสภาวะแวดล้อม… ร้อนๆด้วย หนาวๆด้วย ฝนตกก็ลงบ่อด้วย… แต่ก็สามารถเอาปลากัดผ่านร้อนผ่านหนาวมาได้เป็นส่วนใหญ่ เพราะจะบอกว่ารอดสมบูรณ์หมดคงเป็นไปไม่ได้ละนะครับ… ก็เลยขอเอาประสบการณ์ตรงนี้มาถ่ายทอดให้ทราบกัน อันอาจจะเป็นประโยชน์หรือนำไปประยุกต์กับการเลี้ยงปลาของทุกๆท่านได้ดังนี้ครับ…

อันดับแรก… เอาปลากัดที่เลี้ยงในเหลี่ยมในโหลก่อน… ปลาพวกนี้จะเจอกับสภาวะเปลี่ยนแปลงของอากาศที่มีช่วงกว้างค่อนข้างมาก เช่นที่บ้านผม หนาวนี้กลางคืนนี่ต่ำสัก 20 องศา พอกลางวันโดดไป 29 – 30 องศา จะเห็นว่าช่วงอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงมากเกือบ 10 องศาทีเดียว… ปลาอะไรจะอึดได้ขนาดนั้น… ก้เอารอดละครับ… ผมแก้ไขด้วยการใช้ใบหูกวางเลย คือใส่มันลงไปเป็นแผ่นๆ ใบหูกวางนี่นอกจากประโยชน์จะทำให้เกล็ดปลาและผิวหนังปลาแข็งแรงแล้ว มันยังเพิ่มความหนาแน่นให้น้ำครับ… จะสังเกตว่าน้ำที่แช่ใบหูกวางมากๆจะมีความหนืด ซึ่งไอ้ความหนาแน่นนี่แหละที่มันเก็บอุณหภูมิให้เปลี่ยนแปลงช้าลง เวลาร้อนก็ร้อนนาน เย็นก็เย็นนาน แล้วมันดีตรงไหนล่ะ… มันดีตรงที่อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงช้าลงมันก็จะทำให้ปลาเราสามารถปรับตัวได้ง่ายขึ้นด้วยนี่ละครับ… แต่ใช่ว่าแค่น้ำใบหูกวางอย่างเดียวจะช่วยได้ทั้งหมดนะ เราต้องช่วยด้วยครับ… คืออย่าน้ำโหลปลาไปวางในที่โดนลมโกรกโดยตรง คงต้องหาทางเปลี่ยนแปลงที่วางกันบ้าง หรือหาฉากบังลมช่วย อย่างผมทำโรงเรือนที่คลุมด้วยตาข่ายกรองแสง ก็ลดแรงปะทะลมได้โดยตรงกับช่วงคุมอุณหภูมิในโรงเรือนกับนอกโรงเรือนให้เปลี่ยนแปลงช้าลงได้อีกทางหนึ่ง จึงไม่พบปัญหานี้ครับ… ส่วนปลากัดที่เราเลี้ยงในบ่อ ปริมาณน้ำที่เยอะก็สามารถช่วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิได้มากแล้วครับ… กลางวันทำให้เจอแดดได้บ้างก็ดี… เพราะมันจะเย็นกว่าในโหลพอสมควร… ที่ผมเจอมา ลูกปลาอายุน้อยๆก็ไม่ร่วงนะครับ… แต่กินน้อยลงและโตช้าลง แต่ถ้าหนาวมากๆก็คงร่วงบ้าง โดยเฉพาะพวกอายุต่ำกว่า 15 วัน…

เรื่องต่อมาครับ… การให้อาหาร… อากาศที่เย็นมันก็จะทำให้การเผาผลาญอาหารของปลาช้าลงลดลงตามไปด้วย… ดังนั้น เราอาจจะเห็นปลาไม่กินอาหาร หรือ ปลาท้องบวมๆ จนบางตัวหัวทิ่มเพราะอาหารไม่ย่อย… ดังนั้น.. เราต้องลดปริมาณอาหารลง จาก 2 มื้อเหลือ 1 มื้อ หรือให้ปริมาณต่อมื้อน้อยลง โดยพยายามสังเกตปริมาณอาหารที่เหลือ และปรับลดลงด้วยนะครับ… ขณะเดียวกันอาหารที่เหลือตกค้างมันก็จะเสียช้าลงด้วยเช่นกัน… ก็ถือเป็นข้อดีอย่างหนึ่งของอากาศเย็น

สำหรับผม… ก็จะใช้วิธีการทำให้ปลามันคึกบ่อยๆ อาจจะเอาตัวเมียมาวางล่อ ทำเหมือนเทียบปลากันเลย หรือการเปิดให้เขาพองกันบ่อยๆ การเจาะแผ่นกั้นให้เขามองกันได้ทั้งวัน เพื่อให้เกิดความตื่นตัวคึกคัก ร่างกายเขาก็จะได้ออกกำลังและเผาผลาญพลังงานได้ดีขึ้นก็เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยเขาได้ครับ…

การปรับเวลาให้อาหาร… ในช่วงเช้าๆอากาศยังเย็นอยู่… การให้ปลากินในช่วงนี้ก็จะทำให้สภาพร่างกายปลายังไม่พร้อม ดังนั้นควรจะรอเวลาจนอากาศเริ่มอุ่นขึ้นเล็กน้อยแล้วจึงให้ หรือทำให้เขากับมาคึกคักด้วยการเปิดแผ่นกั้นออกให้เขาได้ขยับเขยื้อนร่างกายจนได้ทีแล้วค่อยพักสักเล็กน้อยก่อนให้อาหาร…ก็พอจะช่วยได้ และปลาเราก็จะยังกินได้ดีเหมือนๆเดิมด้วย…

การเปลี่ยนถ่ายน้ำให้บ่อยขึ้น บางท่านอาจจะบอกว่าช่วยได้… แต่ตัวผมเองกลับมองว่ามันจะทำให้ปลาเราปรับตัวยากขึ้นด้วยซ้ำ เพราะน้ำใหม่มักมีอุณหภูมิที่สูงกว่าน้ำเก่ามาก เวลาเปลี่ยนน้ำปลาก็ยิ่งต้องปรับตัวมาก ยิ่งบ่อยก็ยิ่งต้องปรับบ่อย ลองคิดดูสิครับ… ถ้าจะเปลี่ยนก็ลดความถี่ลง หน้านี้น้ำเสียยากขึ้นอยู่แล้ว หรือเปลี่ยนแบบเก่าครึ่งใหม่ครึ่งก็ได้ครับ…

สุดท้ายคือ… เราต้องหมั่นสังเกตปลาเราเป็นประจำ ตัวใดที่เริ่มมีอาการซึม ท้องบวมๆหน่อย ต้องรีบช่วยเขา โดยวิธีที่ผมใช้คือ ลดน้ำลง แล้วหาที่ๆอุ่นขึ้นให้เขา อดอาหาร จนกว่าท้องจะยุบและเริ่มมีอาการดีขึ้น ถึงจะใส่น้ำให้ได้ระดับและปฏิบัติกับเขาตามปกติ… วิธีนี้จะช่วยให้ปลาเรารอดได้ถ้าพบแต่เนิ่นๆ… การสังเกตเท่านั้นครับที่จะช่วยเรา… ส่วนใหญ่แล้วในหน้าหนาว…เท่าที่สังเกตมา โรคปลาจะลดน้อยลงหรือแทบไม่พบเลย จุดขาวอาจจะมีบ้าง ก็คอยสังเกตและใส่ยาป้องกันกันไป แต่อาการป่วยของปลาที่พบบ่อยๆมักมาจากกการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิที่รวดเร็วและมีช่วงกว้าง กับเรื่องของระบบการย่อยอาหารที่ไม่ทำงานนี่แหละ ถ้าเราควบคุมได้ปัญหาก็จะลดลง ปลาที่เรารักก็จะอยู่ได้นานขึ้นด้วยครับ…