การเลี้ยงปลากัดแบบของผม…(โม้…ตอนที่ 6) Part3

ห่างไปพอสมควรนะครับ… สำหรับภาคนี้… เนื่องด้วยต้องกลับไปลุยงานประจำที่เป็นงานหลักซะหน่อย… ซึ่งตอนนี้ก็ตะลุยงานหลักจนลุล่วงไปมากแล้ว… และก็พอจะหันกลับมาจับงานรองได้บ้าง… ก็คงไม่หนีไปจากเรื่องของการเพาะปลาอีกตามเคย… ไหนๆก็ไหนๆแล้วเอาไปแบบหมดภูมิผมเลยนะครับ…

คราวก่อนเรามาจบกันที่การปล่อยปลาลงบ่อเพาะ ซึ่งผมมักจะเลือกตอนเย็นๆค่ำๆ… ทั้งนี้ผมจะปล่อยตัวผู้ลงไปทำความคุ้นเคยกะอ่างเพาะซะก่อน โดยเอาตัวเมียใส่โหลแช่ไว้ และปล่อยตัวเมียเมื่อปลาตัวผู้ก่อหวอดเรียบร้อยนะครับ… เท่าที่สังเกตดูมานานพอสมควร… ปลามักจะรัดกันในวันถัดมาซะมาก และรัดกันในช่วงตั้งแต่ 1000 – 1500 มากกว่าที่จะเป็นเช้าจัดๆหรือเย็นจัดๆ… ทั้งนี้อย่าลืมว่าสภาพแวดล้อมเราแตกต่างกันนะครับ… การรัดผมไม่เคยนั่งนับหรอกว่าจะออกไข่กี่ฟอง รัดกี่ครั้ง รัดหนหนึ่งได้ไข่กี่ใบ… ปล่อยให้นักวิชาการ นักศึกษา นักเรียนเขาทำอ่ะ… ผมก็จะปล่อยเขาไปตามธรรมชาติซะ… และมาคอยสังเกตดูตอนเย็นๆซะมากกว่า เพื่อที่จะตรวจว่าไข่หรือยัง จะได้เอาตัวเมียออก… ซึ่งต้องสังเกตดูเอาจากหวอด… สมัยแรกๆนี่แทบจะต้องคลานกันไปดูเลย… หลังๆนี่ก็แค่อย่าเข้าไปแบบเร็วๆ ค่อยๆเดินไปอย่าให้กระเทือนมากก็พอ… ผมคิดว่าช่วงขาเสร็จใหม่ๆจะเป็นช่วงที่เปราะบางมากสำหรับพ่อปลา… จะกินไม่กินก็วันแรกนี่แหละมีผลพอสมควร… พ่อปลาที่ดีๆนี่ จะไม่ขี้ตื่นตกใจ บางทีเอานิ้วจิ้มไปเขาต้องเข้ามาสำรวจหรือพองใส่ด้วยซ้ำ… พวกนี้เลี้ยงลูกเก่งมาก… บางตัวผมเปิดหวอดดูไข่เขาก็มองเราจากใต้หวอดนี่แหละ… แต่การเปิดก็ต้องเบามือนะครับ… อย่าทำให้หวอดเสียหาย แค่แง้มๆพอแล้ว … อีกจุดหนึ่งที่สังเกตได้คือตัวเมีย… มันจะมาว่ายอยู่ในบริเวณที่ไกลจากหวอดมากที่สุดของอ่าง… เพราะขยับใกล้เมื่อไร พ่อปลาไล่กระเจิง… การนำตัวเมียออกควรทำในช่วงค่ำๆ ปลาเขาจะนอนกันแล้ว ตัวเมียจะลอยนิ่งที่ผิวน้ำบริเวณที่ว่าไว้นั่นแหละ เราก็จะช้อนออกง่าย… การจัดสภาพบ่อ… ควรแบ่งเป็น 2 ฝั่งตั้งแต่แรก… คือ รกไปด้วยพืชน้ำที่เอาไว้ให้พ่อปลาสร้างหวอด กับอีกด้านให้โล่งๆไว้ เพราะการจับตัวเมียจะได้สะดวก… นี่คือการวางแผนล่วงหน้า… แต่ในช่วงหลังนี่ผมพบเรื่องแปลกๆบ่อยขึ้น… เพราะบางทีผมไม่ว่างแม่ปลาก็จะอยู่ในบ่อจนกระทั่งลูกออกมาว่ายน้ำได้แล้ว ก็ไม่เห็นกินลูกแต่อย่างใด… กรณีนี้อย่าเพิ่งลองแบบผมนะครับ… ขอพิจารณาและทดลองจนมั่นใจซะก่อน… มันอาจจะเป็นบางกรณีก็ได้… ถือเป็นกรณีศึกษาไปก่อนนะครับ… ระยะนี้ศัตรูตัวฉกาจของพ่อปลาที่เลี้ยงลูกอยู่คือ ลม กะ ฝน ต้องป้องกันให้ดี โดนเข้าไปเมื่อไร มักไม่เหลือ… อีกตัวที่กำลังสังเกตและศึกษาอยู่คืออากาศครับ… หลายๆครั้งที่อากาศร้อนจัดๆ ร้อนอ้าวๆก่อนฝนตก ปลามักจะไม่ออกไข่ หรือไข่แล้วก็กินหมด…หรืออัตรารอดน้อยมากๆ ไม่ใช่เป็นแค่ที่ผมอย่างเดียว คุยกับมือเพาะหลายๆคนแล้วได้ผลคล้ายๆกัน… ก็ขอเป็นกรณีศึกษาไว้ก่อนนะครับ…

ช่วงพ่อปลาดูแลไข่ พยายามหาอะไรบังแสงไว้ นอกจากกันลมกันฝนได้แล้ว ยังทำให้ในอ่างมันสงบ อุณหภูมิจะค่อนข้างคงที่ เพราะอากาศระบายไม่สะดวกนัก… เราสามารถให้อาหารพ่อปลาได้ตามปกติ… ทั้งอาหารเม็ดและอาหารสด… บางทีผมเอาไรแดงปล่อยไปเลยด้วยซ้ำ… พ่อปลาจะดูแลหวอดของตนเอง โดยในวันแรกๆหวอดจะแคบนูน… ไข่จะถูกเก็บไว้เหมือนคอนโด… พอวันที่ 2 หรือ 3 ช่วงที่ลูกปลาเริ่มดิ้นหวอดจะยุบลงมาหน่อย และกว้างขึ้นเล็กน้อย… พอเริ่มมีหางออกมา… หวอดจะแบนลงและกว้างขึ้นอีก… ผมพิจารณาแล้วน่าจะเป็นการทำหวอดเพื่อช่วยเหลือลูกปลาให้มีที่ยึดเกาะ… หวอดที่แผ่กว้างก็จะทำให้ลูกปลามีที่ยึดเกาะมากขึ้น… พ่อปลาบางทีก็เก็บลูกที่ดิ้นไปมาและจมลงไม่หมดหรอกครับ แต่ลูกปลาที่จมลงก็ฉลาดพอที่จะพยายามว่ายกลับมาที่ผิวน้ำ ซึ่งหากว่ายมาเจอหวอดที่แผ่กว้าง ก็จะมีที่ยึดตัวเองไม่ให้จมลงไป… เป็นอย่างนี้เสมอๆเท่าที่สังเกตนะครับ… จริงๆแล้วลูกปลาที่จมก้นน้ำมันไม่ตายหรอก… แต่ก้นน้ำมันสกปรก เป็นที่ย่อยสลายของเสีย อาจจะมีกรดอีกต่างหาก พวกที่จมและพ่อปลาลงไปเก็บไม่ได้จึงไม่รอด… ผมคิดแบบนั้นนะ… ต้องคอยบอก เดี๋ยวจะมาเอาข้อมูลผมไปอ้างอิงทางวิชาการเข้า… ห้ามเด็ดขาด… เอาไปศึกษาล่ะไม่ว่า อิ อิ… จนกระทั่งลูกปลาเริ่มว่าน้ำได้… เขาจะว่ายขนานผิวน้ำและจะเริ่มกระจายออกไป… ในกรณีที่ผมปล่อยตัวเมียไว้ พ่อปลาจะทำหน้าที่ดีมาก คือเอาลูกมารวมๆไว้ใกล้ๆหวอด… แต่หากไม่มีตัวเมีย… ลูกๆเขาจะกระจายเต็มอ่างเลย… ช่วงนี้แหละที่ผมว่าสำคัญ… อาหารเด็กทารกไง… ต้องหาให้ได้… ไรแดงก็ใหญ่ไป… ไรทะเลเป่าก็ยังใหญ่ไปอีก… ทีลองมานี่ หนอนจิ๋ว ไข่แดงบดผสมน้ำ นี่ เยี่ยมมากๆเลยสำหรับกรณีนี้… แต่อย่าลืมว่าการเตรียมบ่อของผม เน้นการเตรียมแบบธรรมชาติ… ดังนั้น มันจะมีการย่อยสลายของใบไม้ที่ผมใส่ลงไปอยู่ด้วย… ซึ่งนั่นแหละที่ผมว่าสำคัญ… สิ่งมีชีวิตที่ทำหน้าที่ย่อยสลายในธรรมชาติ น่าจะเป็นอาหารให้กับปลากัดได้ แต่จะทางตรงหรือทางอ้อม ผมตอบไม่ได้… เพราะมองไม่เห็น ฮ่า ฮ่า ฮ่า แต่มันทำให้ไรแดงที่ผมปล่อยมีชีวิตอยู่ได้… และก็ออกลูกได้… ซึ่งลูกๆของไรแดงนี่แหละจะออกมาเป็นอาหารสำหรับลูกปลาอีกที… ขณะเดียวกัน น้ำนิ่งๆ มืดๆหน่อยนี่ ยุงล่ะชอบนัก มันก็จะมาไข่ในอ่างเพาะ… เราก็จะได้พ่อปลานี่แหละกำจัดให้… อ่างเพาะที่มีพ่อปลาอยู่ด้วย… เราจะไม่มีโอกาสเห็นลูกน้ำเลยนะครับ… เก็บเรียบ…. ผมจะปล่อยให้อยู่ในสภาพที่ใกล้เคียงกับการเพาะไปสักประมาณ 3-5 วัน ก็จะเอาที่บังแสงออก… โดยมีเจตนาจะให้ปลาได้เจอสภาพแสงธรรมชาติบ้าง เพราะผมเชื่อว่าแสงธรรมชาติมีผลดีกับปลา… คนเรายังต้องการวิตามินจากแสงเลย…. จริงไหม… ผมจะให้หนอนจิ๋วกะไรทะเลไปเรื่อยๆ จนลูกปลาโตพอที่จะเริ่มกินไรแดงแล้วจะตัดเฉพาะหนอนจิ๋วออก… เท่านี้เองครับ… ง่ายจะตาย… เอาเป็นว่าลูกจ้างผมไม่เคยเพาะปลามาก่อนเลย… ไม่รู้อะไรทั้งนั้น ผมแค่บอกว่าต้องเตรียมหนอนจิ๋วแบบนี้ ให้แบบนี้ วันนี้ใส่ไรทะเล วันนี้ไรแดง… ลูกปลาผมก็รอดแล้ว… แต่อย่าลืมนะครับ… ผมเพาะในอ่างซีเมนส์ 80 ซม. สภาพอากาศค่อนข้างนิ่ง… เพราะมีผ้ากรองแสงรอบด้าน… อุณหภูมิจะคงที่มากกว่า อยู่ในสภาพธรรมชาติ… ดังนั้น การควบคุมตัวแปรอื่นคงจะมีผลกระทบด้วยไม่มากก็น้อย… ช่วงระยะนี้นะครับ… ไม่จำเป็นอย่าเข้าไปยุ่งมากนัก โดยเฉพาะหากพ่อปลาไม่คุ้นคนหรือขี้ตกใจ จะหม่ำลูกๆเร็วมาก… อีกอย่างที่ต้องระวังคือ การกระเพื่อมของน้ำอย่างรุนแรง การมีสิ่งแปลกปลอมลงไปในน้ำ อย่างน้อยๆให้ผ่านวันที่ 9-10 ไปก่อน… ลูกปลาที่เกิดจากพ่อแม่ปลาที่สมบูรณ์ จะค่อนข้างใหญ่ เห็นได้ชัด แต่หากพ่อแม่ปลาเด็กเกินไป หรือไม่สมบูรณ์ ตัวจะเล็ก บาง ใส ซึ่งการอนุบาลก็จะยิ่งยากหนักเข้าไปอีก… ภายใน 10 วัน ลูกปลาที่รอดมาช่วงนี้ หากเราสามารถจัดอาหารให้เขาได้เหมาะสม ควบคุมน้ำไม่ให้เน่าเสีย… และไม่เกิดโรคใดๆขึ้นมาละก็… บอกได้เลยว่าที่เราเห็นจะรอดจนโตไปเกือบทั้งหมดนั่นแหละ… เขาจะว่ายหาอาหารทั้งบนผิวน้ำ กลางน้ำ และก้นน้ำ…. ดังนั้นความสะอาดมีผลมากๆ… หากน้ำไม่สะอาด… อาจจะมีผลต่อครีบ ลำตัว และการพัฒนาของลูกปลาได้ บางครอก ไม่มีตะเกียบเลย หรือ กระโดงหายไปก็พบมาแล้วนะครับ… คุมสภาพน้ำดีๆ… อาหารอย่าให้ขาด และอย่าเพิ่มระดับน้ำเร็วจนเกินไป… ให้ดูความเหมาะสมของจำนวนกะขนาดของอ่างเพาะด้วย… ที่สำคัญ อย่าเปลี่ยนน้ำครับ… สำหรับพ่อปลา จะนำออกไปหรือเอาไว้ ก็ขอให้พิจารณาตามสะดวก หากสถานที่ค่อนข้างพลุกพล่าน เอาออกไปก็ลดความเสี่ยงในการหม่ำลูกตัวเอง… แต่ก็ต้องระวังศัตรูของลูกปลาด้วยนะครับ… ลูกน้ำ ศัตรูตัวร้ายอันดับหนึ่ง ลูกแมงปอ นี่ก็เช่นกัน อย่าให้มีเชียว… เราจะเลี้ยงลูกปลาไปเรื่อยๆจนกระทั่งขนาดเขาโตพอที่จะแยกเพศได้ ก็จะแยกเอาตัวผู้ที่เป็นหัวปลาออกก่อน ผมจะคัดช่วงขนาด 1 นิ้วเป็นต้นไปครับ… ตัวเมียบางตัวที่ใหญ่… แยกออกไปเลี้ยงก็ดี เพื่อจะได้ไม่แย่งอาหารกัน… อาหาร… สำคัญมากๆ… อาหารที่โปรตีนสูง และมีปริมาณที่มากพอ… จะทำให้ลูกปลาเติบโตในระดับที่สม่ำเสมอ มีขนาดใกล้เคียงกัน… ผมสามารถกระชากตัวปลา จากไม่ถึงนิ้ว เป็น นิ้วครึ่ง ได้ภายในสัปดาห์เดียว… อย่าลืมว่า อาหารมาก การดูแลน้ำก็มากขึ้นด้วย… แต่หากปลากินอิ่ม สมบูรณ์ อัตราการต่อสู้กันก็จะลดน้อยลงด้วยนะครับ… สำหรับ ภาค 3 ผมคงจบเท่านี้… เอาเป็นว่า ขณะนี้… เราพอจะทำลูกปลาให้เกิดได้แล้วนะครับ… โม้ตอนที่ 7 … ผมจะไปว่ากันเรื่อง การเลี้ยงปลาวัยรุ่นก็แล้วกัน อิ อิ

BACK               NEXT