การเลี้ยงปลากัดแบบของผม…(โม้…ตอนที่ 6) Part2

ทิ้งท้ายไว้ใน โม้…ตอนที่ 6…ภาคแรก ว่า… มันต้องมีภาคสอง… จะเขียนรวดเลยมันยาวครับ… แต่เรื่องของการเพาะปลานี่ บอกเลยว่ามันต้องละเอียด เพราะสัญญาไว้แล้วว่าจะเจาะเท่าที่ประสบการณ์ผมจะเคยพบเคยลองมา… เขียนจนกลายจะเป็นนักเขียนไปแล้ว 555

คราวก่อนเรามาจบกันที่เป้าหมายของการเพาะนะครับ… คราวนี้เรามาดูกันในเรื่องของการเตรียมสถานที่กันบ้าง… ตามที่กล่าวไว้แล้วว่า อุณหภูมิ สภาพแวดล้อม มีผลกระทบแน่กับการเพาะปลา… หลายๆครั้งที่ผมพบว่าช่วงรอยต่ออากาศ คือเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวฝน… ปลาจะไม่ยอมไข่… หรือไข่มาก็กินหมด… หรืออากาศร้อนมากจนเกินไปก็เช่นกัน… ขณะเดียวกันในเรื่องของสภาพแสงสว่างก็มีผลด้วย นั่นคือสว่างเกินไปก็ไม่ไข่ หรือเครียดจนไล่กัดตัวเมียอย่างเดียวก็มี หรือจนถึงขนาดขี้ตกใจ เจออะไรเป็นมุดน้ำกระจาย สภาพแบบนี้ผมค่อนข้างแน่ใจเลยว่านั่นคืออุปสรรค… ดังนั้น สถานที่ที่เราจะเอาชนะเขาได้ ควรเป็นที่อากาศถ่ายเทได้ดี ไม่ร้อนจนอ้าว… แต่ต้องมีแสงสว่างที่ไม่มากนัก ประมาณว่าใต้ร่มไม้ใหญ่ ที่เวลาเราเดินเข้าไปแล้วรู้สึกเย็นสบายนั่นแหละ… แสงประมาณนั้น ซึ่งเท่าที่ผมสังเกต มันจะอมความชื้นในอากาศเอาไว้ด้วย… ไม่เย็นแบบแห้งๆเหมือนอากาศในหน้าหนาว… กรณีหาที่ยาก ก็หาแผ่นกระเบื้องมาปิดอ่างสักครึ่งก็ยังดี… อ่างที่ใช้เพาะ… ถ้าไม่เพาะในลองปูนแบบผม ก็แนะนำอ่างดินเผา มันจะควบคุมอุณหภูมิน้ำได้ดีกว่า แต่จริงๆแล้วในขัน ในอ่างพลาสติกเล็กๆ ก็ใช้กัน แต่ลองดูเถอะว่า มือเพาะที่ใช้อ่างแบบนี้แล้วสำเร็จ เขาเพาะในห้องร่ม อากาศสบายๆไม่ร้อนอ้าว แล้วยังเอาอะไรมาปิดฝาอ่างอีกด้วย… จากตรงนี้พอมองออกนะครับว่า ปลากัดน่าจะชอบบรรยากาศแบบไหน… ส่วนขนาดจะเหมาะสมขนาดไหน ขอให้ดูปลาด้วยนะครับ… เอาปลากัดหม้อมาเพาะในขันงี้ มันก็มีโอกาสสำเร็จหรอก แต่ตัวเมียสิ… ตรงนี้คงไม่ต้องบอกนะครับ… พิจารณาความเหมาะสมด้วย… สำหรับตู้กระจก… เพาะได้ครับ… บางท่านก็บอกว่าต้องปิด แต่ที่ผมเคยทำมา ไม่จำเป็นครับ… อยู่ที่สภาพแสงและอากาศเหมือนกัน… อีกวิธีหนึ่งหากอยากรู้ว่าอ่างเพาะนั้นๆจะเหมาะสมกับปลาเราหรือไม่… ดูปลาเราสิครับ… หากปล่อยไปแล้ว มุดน้ำกระจาย ซุกในมุม หรือมุดเพื่อหาที่ซ่อน… 555 เขาเครียดขนาดนั้น เปอร์เซ็นต์ยากครับ… ไข่มาเดี๋ยวก็หม่ำซะอีก… เวลาเราปล่อยพ่อปลาลงไป แล้วเห็นเขาสำรวจ ว่ายวนไปรอบๆ เห็นเราแล้วไม่ตกใจไม่มุดหนี… หรือเวลาเดินไปดู เขาก็ออกมาดูเราด้วย ไม่หลบ… แบบนี้ต่างหากที่ผมว่าเหมาะสม… นั่นคือเขาแสดงให้เห็นว่า เขามีความสุขดีและอยู่ในบ้านที่เขาปลอดภัย บางตัวเวลาเอานิ้วจุ่มน้ำ ก็ออกมาดูหรือมาพองใส่นิ้วด้วยยิ่งดีใหญ่… ที่ว่ามานี่แค่การเลือกสถานที่นะครับ… ต่อไปในเรื่องของน้ำ… ระดับน้ำที่ผมว่าเหมาะสม 3 – 4 นิ้ว กำลังสวยครับ… รับได้ทั้งปลากัดหม้อและจีน ไม่ต้องกลัวเรื่องหางมันจะไปโบกเอาหวอดแตกหรอก… ปลามันฉลาดพอครับ… บางตัวก่อหวอดไม่ได้ มันยังเอาไข่ไปเกาะติดท่อน้ำทิ้งเป็นแพได้เลย… และที่ผมว่าสำคัญมากคือ การเตรียมน้ำ… ผมจะเตรียมน้ำล่วงหน้าก่อนอย่างน้อย 2-3 วัน… ก่อนนี่คือก่อนปล่อยปลานะครับ… ตอนปล่อยผมก็ปล่อยเฉพาะตัวผู้ด้วย ตัวเมียใส่โหลแช่ไว้ รอจนกว่าเขาจะก่อหวอด… น้ำที่ใช้ก็น้ำประปานี่ละครับ… ที่พักมาแล้ว 2-3 วัน และการเตรียมอ่างเพาะก็ยังแยกออกไปอีกครับ… คือ

อ่างเพาะพันธุ์ กับ อ่างอนุบาล เป็นคนละอ่างกัน… ส่วนใหญ่ตามฟาร์มที่ผลิตแบบเน้นจำนวนจะเลือกแบบนี้… เวลาเพาะไปเพาะในภาชนะเล็กๆ บางทีใช้ใบไม้ใบเดียวเป็นที่ทำหวอด พอลูกปลาเป็นตัวว่ายน้ำแข็งแล้ว ก็จะย้ายไปไว้ในอ่างอนุบาลอีกทีหนึ่ง วิธีนี้สามารถรวมอ่างได้ เพราะบางครอกน้อย บางครอกมากไม่เท่ากัน มันไม่เปลืองบ่อดี แต่พยายามเลือกปลาที่ต่างสีกันนะครับ… งั้นจะแยกไม่ออกว่าสายไหนเป็นสายไหน… และก็มักไม่ปล่อยพ่อปลาอยู่กับลูกปลานาน วิธีนี้ข้อดีคือเรากำหนดจำนวนลูกปลาในอ่างได้ ไม่เปลืองอ่างดีครับ… ก่อนปล่อยลูกปลาลงอ่างอนุบาลก็ปรับสภาพน้ำและอุณหภูมิก่อนล่ะ… ส่วนกี่วันจะเอาลงอ่างอนุบาลนั้น ก็ดูที่ว่าลูกปลาแข็งแรงดีแล้วหรือยัง ว่ายน้ำแข็งไม๊ ซึ่งก็มีทั้ง ปล่อยเมื่อลูกปลาออกมานอกหวอดแล้ว 4-5 วัน ขึ้นไป จน 20 วันหรือดูว่าปลาแน่นอ่างก็มี และมีทั้งปล่อยลงในน้ำตื้นๆแล้วเพิ่มระดับตามขนาดหรือลงในน้ำลึกเลยก็มี ข้อดีข้อเสียยังไม่เคยเปรียบเทียบจริงๆสักทีเหมือนกันครับ… และต้องระวังช่วงอยู่ในอ่างเพาะที่แคบๆ อย่าให้น้ำเสียไปก่อน

อ่างเพาะพันธุ์ กับ อ่างอนุบาล เป็นอ่างเดียวกัน… เป็นวิธีที่ผมใช้ในปัจจุบัน คือผมจะเพาะในลองปูนแล้วเลี้ยงยาวจนเพาะครอกใหม่เลย… ข้อดีของวิธีนี้คือ ผมไม่ต้องยุ่งยากในการควบคุมอุณหภูมิ… เขาเกิดมาสภาพใดก็อยู่อย่างนั้น โอกาสน้ำเสียน้อยกว่า เพราะปริมาณน้ำมากกว่า เสียช้ากว่ามากๆ ลูกปลาโตเร็ว กรณีให้อาหารที่เท่ากันและจำนวนปลาในบ่อเท่ากัน… แต่ก็มีข้อเสีย… คือ หากปลาออกมาน้อย… มันไม่คุ้มกับบ่อ… หากรอดมาแค่ 10 ตัว ก็ต้องเลี้ยงในลองปูนไปจนโต… กะปริมาณอาหารยากและสำรวจปริมาณปลาที่แน่นอนยาก… ส่วนพ่อปลาจะเอาไว้หรือเอาออกก็ได้… เหตุผลของการเอาพ่อปลาไว้หรือเอาออก เราจะไปว่ากันทีหลังนะครับ…

ในอ่างควรมีอะไรบ้าง…. 555 หลากหลายวิธีการ หลากหลายความคิดเห็น… เอาง่ายๆคือ ต้องมีที่ให้พ่อปลาทำหวอดครับ… จะใบไม้ 1 ใบ หรือใบไม้ทั้งกิ่ง จะมีสาหร่ายหรือไม่มี จะใช้ท่อกลมหรือถ้วยพลาสติกคว่ำแบบฝรั่ง… ทุกอย่างที่กล่าวมาคือ การจัดให้มีสถานที่ให้พ่อปลาสามารถสร้างหวอดเพื่อเก็บรักษาไข่ได้ครับ… และนี่คือสิ่งหนึ่งที่จะบอกเราได้ว่าเขารู้สึกดี รู้สึกปลอดภัยกับสถานที่ไหม… และที่ๆเราจัดให้เขา ก็ควรจะดูด้วยว่ามันใช่สร้างหวอดได้ บางคนเอาใบหูกวางใส่ไปให้เขาทำหวอด เขาก็ทำและออกไข่ในนั้น พอใบมันชุ่มน้ำก็จม เราก็เสียไข่ไปด้วย… ดังนั้นต้องหาๆที่สามารถสร้างหวอดได้นานพอที่ลูกปลาจะออกจากหวอดเรียบร้อยครับ… ถึงแม้ในบางภาวะ พ่อปลาจะย้ายไข่ออกมาได้ก่อนที่ที่หวอดเดิมจะพังไป… แต่การเตรียมที่ๆดีให้เขาไว้ก็เหมาะสมกว่าไม่ใช่หรือ ขณะเดียวกัน พื้นที่ที่เขาจะสร้างหวอด ต้องสัมผัสกับอากาศ… ผมไม่สามารถบอกได้ถึงเหตุทางวิชาการ แต่ผมเดาด้วยสมองอันน้อยนิดของผมว่า ไข่ของเขาต้องแลกเปลี่ยนอากาศเพื่อรับออกซิเจน ดังนั้นพ่อปลาจึงต้องสร้างหวอดทดแทนหวอดที่เสียไปเสมอ และจะเก็บไข่ที่ร่วงไปไว้บนหวอด… ขณะเดียวกันลูกปลาที่เพิ่งเกิด ก็ต้องอาศัยหวอดในการแลกเปลี่ยนอากาศด้วย นี่คือการเดานะครับ… บอกแล้วว่าห้ามใช้ในเชิงวิชาการ ทีนี้เราจะช่วยเขาให้สร้างหวอดได้อย่างไรอีก นอกจากหาที่สร้างบ้านให้เขา เราก็ต้องช่วยเสริมและป้องกันด้วย… ใบหูกวางครับ… เมื่อมันจมในน้ำและคายสารบางอย่างออกมา มันจะทำให้น้ำมีความหนาแน่นขึ้น หนืดขึ้นเหนียวขึ้น… เมื่อมาอยู่กะหวอดปลา ก็จะแข็งแรงขึ้นแตกยากขึ้นด้วยครับ…. สามารถใช้ใบอย่างอื่นก็ได้ครับ….ที่ให้ผลในลักษณะเดียวกัน ต่อไปการป้องกันลม อย่าให้ลมพัดกระทบหวอดโดยตรง ดังนั้น การหาวัสดุมาปิดปากอ่างเพาะบางส่วน นอกจากทำให้สภาพแสงเหมาะสมแล้วจนปลารู้สึกปลอดภัยแล้ว ยังช่วยป้องกันหวอดจากลมด้วย… สุดท้ายเมื่อนึกอะไรไม่ออก… เรานึกถึงปลากัดในธรรมชาติสิครับ… เราแทบไม่พบปลากัดอาศัยในแหล่งน้ำกว้างใหญ่ โล่ง แต่เราจะพบเขาในที่ๆมีพืชน้ำและวัชพืชขึ้นหนาแน่น สภาพน้ำใสแจ๋ว แต่อาจจะมีกลิ่นหญ้าเน่าอ่อนๆ สภาพแสงทึมๆ หรือถ้าเป็นกลางทุ่งก็รกซะจนข้างล่างมันสลัวๆนั่นแหละ…. จะปลาธรรมชาติหรือปลาเพาะเลี้ยง… เขาก็มีพื้นฐานเดียวกันครับ…

ถัดมาในส่วนของอ่างที่ต้องเพิ่มเติมไว้ ส่วนจะทำหรือไม่ก็แล้วแต่วิธีของแต่ละท่านนะครับ… เพราะอ่างขนาดเล็กๆทำยาก… คือการสร้างสภาวะที่ทำให้เกิดสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กๆที่เป็นอาหารให้กับลูกปลาให้เกิดขึ้นได้เองโดยธรรมชาติ… นั่นคือเหตุผลที่ทำไมผมต้องเตรียมน้ำก่อนหลายวัน ทำไมผมต้องใส่พืชน้ำ ใบไม้ ใบหูกวางลงไป และอาจเป็นคำตอบของการที่เขาเอายอดผักบุ้งขยี้จนเกิดเมือกและใส่ลงไปให้ลูกปลาด้วย… คือทั้งหมดนี้ต้องการให้เกิดสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่ทำหน้าที่ในการย่อยสลายซากพืชในธรรมชาติ… และสามารถเป็นอาหารให้กับลูกปลาที่เพิ่งเกิดได้… ไม่ว่าจะเป็นพารามีเซียม โรติเฟอร์ แม้กระทั่งไรน้ำ ผมก็ถือว่าใช่… อย่าลืมว่าลูกปลาเกิดใหม่จะมีขนาดเล็กมาก จนยากที่จะหาอะไรให้กินได้ง่าย… และถึงเราจะสามารถเอาไข่แดงมาบดผสมกับน้ำไปพ่นให้เขาได้ หรือใช้หนอนจิ๋วก็ตาม ก็ยังอาจจะทำให้ระบบทางธรรมชาติเพี้ยนไปได้ คืออาจจะเน่าเสียได้ถ้ามากเกินไป อาหารธรรมชาติจะเกิดขึ้นตลอดเวลา และจะเป็นอาหารให้ลูกปลาที่เกิดใหม่ได้ ไรแดงที่เราปล่อยไป จะมีขนาดใหญ่กว่าลูกปลากัดที่เพิ่งเกิดมากนัก แต่หากมีอาหารให้ไรกิน ไรแดงก็จะออกลูกมาให้ปลาเรากินอีกเช่นกัน… ดังนั้น การจัดสภาวะให้เกิดอาหารทางธรรมชาติได้ นับเป็นจุดที่ผมต้องการเป็นอย่างยิ่ง และถือเป็นเรื่องท้าทายสำหรับการเพาะปลากัดมากเรื่องหนึ่ง… ในอ่างเพาะของผม มักจะเห็นหนอนแดงทำรังอยู่ก้นน้ำ มีใบมะยมที่ค่อยๆเน่าสลายจนมองเห็นจุดเล็กๆสีขาวๆตามผิวน้ำ มองเห็นไรแดงที่สามารถอาศัยอยู่ได้ระยะหนึ่ง… คือระยะที่ลูกปลายังกินไม่ทัน 555… ทั้งหมดที่ว่ามาเป็นเรื่องอ่างเพาะอย่างเดียวเองครับ… 555

ต่อมา…หลังจากการเตรียมอ่างเสร็จ เราก็มาว่าถึงการปล่อยพ่อแม่ปลากัน… หลายๆท่านก็จะปล่อยลงไปเลยพร้อมกัน ซึ่งก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร บางทีปล่อยแบบไม่เทียบก็ได้… แต่หลังจากผ่านการลองมาระยะหนึ่ง… ผมก็มีการปรับเปลี่ยนไป… จะดีกว่าหรือไม่ บอกไม่ได้หรอกครับ… แต่มาดูเหตุผลของผมก่อนนะครับ… ก่อนที่เราจะปล่อย เราก็มักจะทำการเทียบปลาใช่ไหม…หรือไม่เทียบก็แล้วแต่ แต่ที่ผมเขียนมายาวยืด จะเห็นว่าผมจะเน้นลงไปตรงที่ความคุ้นเคยกับสภาวะแวดล้อมของพ่อแม่ปลา เช่นเดียวกันครับ… ปลากัดตัวเมียน่ะ เมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์เขามีไข่อยู่แล้ว เมื่อร่างกายสมบูรณ์ เขาก็ผลิตไข่อยู่ในท้องนั่นแหละ แต่การเทียบ… เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยครับ… เพื่อลดอาการบาดเจ็บจากการถูกกัดจากพ่อปลา ขณะเดียวกัน เมื่อเขามีความรู้สึกอยากจะผสมพันธุ์ โดยธรรมชาติร่างกายก็น่าจะมีการกระตุ้นด้วยสารอะไรบางอย่าง ทำให้ร่างกายมีความพร้อมมากขึ้น ไข่ก็น่าจะมีการผลิตออกมามากขึ้นและมีความสมบูรณ์… ปลาตัวผู้ก็เช่นเดียวกัน… การก่อหวอดเป็นธรรมชาติของเขามากกว่าที่จะเป็นการก่อหวอดเพื่อเก็บไข่อย่างเดียว… ไม่เหมือนปลากระดี่ ที่เราจะเห็นหวอดในช่วงบางฤดู ปลากัดสร้างหวอดเป็นบ้าน มันเห็นตัวผู้ทุกวันมันยังสร้างหวอดเลย ถ้าเขาก่อหวอดเพราะอยากผสมพันธุ์ทั้งๆที่เขาเห็นปลาตัวผู้ด้วยกัน ก็แสดงว่าเขาเป็นเกย์สิ 555… นี่ตามแนวคิดผมนะครับ… อย่าลืมห้ามยึดเป็นหลักวิชาการ… การที่มันเป็นแบบนี้ เขาถึงสามารถเพาะปลาได้โดยไม่ต้องเทียบไง… แต่ทำไมต้องเทียบ… ผมขอให้คำตอบว่าเทียบเพื่อให้เกิดความพร้อมครับ… เรารอเวลาจนเขาพร้อม… อย่างที่กล่าวแล้วว่ามันน่าจะมีสารอะไรมากระตุ้นให้ปลาเกิดความพร้อม นั่นในความหมายของผมคือ ทำให้การพัฒนาโครงสร้างของปลาที่เพศผู้เพศเมียมันสมบูรณ์เต็มที่ และทำให้เกิดความคุ้นเคยกันด้วย… ที่นี้จะรู้ได้ไงว่าเขาพร้อม… ผมก็เลยลองหลับตาดูว่าในธรรมชาติปลากัดน่าจะอยู่แบบไหน… ก็คาดเดาว่า ปลากัดจะอยู่เป็นถิ่นๆ โดยตัวผู้จะกระจัดกระจายกันอยู่ครับ… ใครแข็งแรงกว่าก็จะเลือกทำเลสร้างรังที่ดีกว่าและปกป้องพื้นที่ของตนไม่ให้ใครมายุ่งได้… ขณะเดียวกัน ตัวเมียน่าจะเป็นฝ่ายร่อนเร่ ว่ายไปมาในธรรมชาติ พอเจอตัวผู้ก็จะถูกตัวผู้ออกมาจีบหรือไล่กัด… หากถูกกัดเขาก็จะหนีไป… แต่หากตัวไหนสภาพไข่สมบูรณ์เต็มที่และมีจำนวนมาก ประกอบกับแตกเนื้อสาวเปรี๊ยะแล้วล่ะก้อ… เมื่อตัวผู้ออกมาจีบ หรือเขาเห็นตัวผู้ เขาก็จะว่ายจี้เข้าหา หยอกล้อเล่นเชิง บางตัวก็กัดตัวผู้ซะ หากยืดยาดไม่ทันใจ บางตัวก็ถูกตัวผู้กัดซะกระจาย หากไม่ยอมตามเข้าไปในรัง… จากตรงนี้… หลังจากผมเลือกปลาตัวเมียที่มีความสมบูรณ์ตามแบบฉบับผมแล้ว… ก็จะรอเวลาโดยวางเทียบกันไว้ให้เกิดความคุ้นเคย บางตัวนานถึง 2 เดือนก็มี คือ รอ รอ รอ ไปจนปลาตัวเมียมีอาการจี้เข้าใส่ตัวผู้ ก่อหวอดตามขอบโหลเป็นหลัก โดยถือเป็นสัญญาณความพร้อม…หรือบางทีรอจนไข่บางส่วนไหลออกมาเลยก็มี… ทีนี้ต้องบอกก่อนว่าทำไมต้องเทียบ… เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยในการเห็นปลาตัวอื่นๆ อย่าลืมว่าในธรรมชาติปลากัดไม่ดุเท่าปลาเลี้ยงนะครับ… เขาเห็นตัวอื่นๆว่าผ่านไปมา ขู่กันบ้างพออีกฝ่ายหนีก็กลับเข้าหวอด ดังนั้น ปลาในโหล…เราต้องลดพฤติกรรมก้าวร้าวลงบ้าง… ตัวเมียจะปลอดภัยขึ้น และที่บอกว่าการที่เขาเห็นเพศตรงข้ามจะกระตุ้นความสมบูรณ์ของปลาให้เร็วขึ้น และจะผลิตไข่ออกมาต่อเนื่อง… เพราะผมพบว่า ในบ่อที่เก็บปลาตัวเมียล้วนๆโดยไม่มีปลาตัวผู้เลย… ปลาตัวเมียหลายๆตัวเกิดอาการเหมือนรังไข่ฝ่อ ปริมาณไข่ลดลง ไม่ก็รัดไม่ออก ทุกวันนี้เวลาผมเก็บปลาตัวเมียในโหล จะต้องวางตัวผู้ประกบด้วยตลอด…

ที่ผ่านมานั่นคือแนวคิดของผมนะครับ… เป็นการคิดแบบอิงธรรมชาติบ้าง… สลับกับการหาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง 555… ลองไปวิเคราะห์กันเองนะครับ… ว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ แล้วไปต่อยอดเอาเอง…. ต่อมาการปล่อยปลา… ผมเลือกที่จะปล่อยตัวผู้ไปก่อนและแช่โหลตัวเมียไว้ในที่ๆไกลจุดที่ผมคาดว่าเขาจะสร้างหวอด รอจนกระทั่งหวอดถูกสร้างเสร็จจึงจะปล่อยตัวเมียตามไป… ก็ทำตามธรรมชาติไงครับ… ที่เขียนว่าตัวผู้เขาจะอยู่เป็นถิ่นๆกระจายอยู่ ตัวเมียเป็นฝ่ายผ่านไปเอง… ดังนั้น ผมจึงให้ตัวผู้ไปทำความคุ้นเคยกับสภาพบ่อเพาะก่อน สำหรับการปล่อยตัวเมียลงไป ผมเลือกที่จะปล่อยตอนเริ่มค่ำ เพราะมีเวลาให้เขาเกี้ยวพาราสีกันอีกหน่อย ซึ่งมักจะมีกัดกันด้วย ก็จะกระทบกระทั่งกันได้นิดหน่อยก็มืดแล้ว ตัวเมียก็ไม่เจ็บมาก ตัวผู้ก็ไปทำหวอดต่อได้ ถ้าสังเกต…เราจะเห็นพฤติกรรมหวงถิ่นของตัวผู้ที่ว่ายจี้เข้ามาบริเวณจุดที่ปล่อยตัวเมีย ว่ายรำไปรอบๆ ตัวเมียก็เช่นเดียวกัน จะว่ายคู่ไป ร่อนไป ตัวผู้จะพยายามว่ายนำตัวเมียไปที่รัง… ถ้าตัวเมียไม่ยอมไปก็จะโดนกัด… หรือตัวผู้ทำไม่สนก็จะถูกตัวเมียกัดเหมือนกัน… พฤติกรรมนี้จะเป็นไปเรื่อยๆจนกว่าตัวเมียจะเข้าไปที่หวอดและยอมให้ผสมพันธุ์ครับ… สำหรับภาคนี้ของพักไว้ตรงนี้ก่อน คงต้องมีภาค 3 กันล่ะครับ…. 555

BACK              NEXT