การเลี้ยงปลากัดแบบของผม…(โม้…ตอนที่ 5)

ได้รับการเรียกร้องจากพี่ๆน้องๆมาพอสมควรกะเรื่องราวขี้โม้… อยากให้ภาคต่อๆไปมาอีก… ซึ่งผมเองก็ต้องขอกล่าวตรงนี้ในเบื้องต้นว่า เรื่องราวที่ออกมานั้น มันจะออกมาจากประสบการณ์ที่เกิดจากการคลุกคลีทั้งในวงการและจากการทำปลา… เลยไม่สามารถจะโม้บางเรื่องราวก่อนเวลาได้ จนกว่าจะค่อนข้างมั่นใจกับเรื่องที่เราพบประสบมาว่า สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง เน้นนะครับ… การทำปลากัดที่เป็นสิ่งมีชีวิต มันลอกไม่ได้ แต่เลียนแบบได้… ขนาดเราเองยังชอบอาหารไม่เหมือนกัน ชอบสภาพอากาศที่แตกต่างกันเลย…

ช่วงหลังๆเห็นน้องรุ่นใหม่ๆ หันมาสนใจเพาะปลากัดกันมากขึ้น ทั้งอาจจะต้องทำการเพาะตามหลักสูตร และเพาะด้วยใจรัก ตลอดจนต้องการทำเป็นอาชีพเสริม… และก็ยังไม่ประสบความสำเร็จกันหลายๆคน ส่วนหนึ่งที่พอจะบอกได้เลยว่ามันผิดพลาดจากความใจร้อนของเราเองครับ… เกริ่นไว้แล้วว่า… ปลากัดเป็นสิ่งมีชีวิต… ดังนั้น เมื่อเราไปซื้อเขามาเลี้ยง… นั่นคือปลาต้องปรับสภาพจากที่ๆเคยอยู่เดิมมาอยู่กับเรา… ตรงนี้ต้องทำให้เขาชินกับบ้านใหม่ซะก่อน… นั่นคือเราต้องสามารถเลี้ยงเขาได้อย่างน้อย 1-2 เดือน ในสภาพที่เขาปกติ… ปลากัดเป็นปลาที่ทนทานครับ… กว่าเขาจะแสดงอาการแย่ๆออกมา บางตัวอาจได้ถึงเดือนเลยถึงจะแสดงอาการให้เห็น ส่วนใหญ่ปลาจะผิดสภาพไปเพราะน้ำและอุณหภูมิมากกว่าจะเกิดจากอาหาร (ข้อมูลนี้ตามประสบการณ์ผมนะครับ) ดังนั้น เมื่อเราซื้อเขามา อันดับแรกคือต้องปรับให้เขากับสภาพน้ำและอากาศของบ้านเราเป็นอันดับแรก… น้ำที่ใช้ คงไม่หนีน้ำประปาที่พักไว้ 2-3 วัน จนกระทั่งหมดคลอรีน… โหลขนาด 4x4x8 หรือ 6x6x8 นี่ ก็สามารถใส่เกลือทะเลเม็ดใหญ่ได้สัก 1 หยิบมือ ใส่ลงไปด้วยก็จะดี ถ้ามีน้ำใบหูกวางเตรียมไว้ผสมด้วยจะดีมาก… ปัจจุบันผมใช้น้ำใบหูกวาง 1.5 ลิตร/น้ำสะอาด 20 ลิตร/เกลือ 1 อุ้งมือ 555 ไม่รู้จะวัดยังไง เพราะตามความเคยชิน สำหรับเกลือผมใช้ตอนหน้าร้อนเท่านั้น เพราะโรคปลามักจะโชว์ตัวในหน้านี้ และมีปะปนมากับอาหารมากกว่าหน้าอื่นๆ ตลอดจนช่วงนี้ฝนตก ซึ่งเป็นฝนแรกๆ มันจะชะสิ่งสกปรกจากบนท้องฟ้ามาปนในแหล่งน้ำบ้านเรา เสร็จแล้วเจ้าไรแดงที่กินสารแขวนลอยในน้ำก็จะหม่ำเข้าไป หนอนแดง ไส้เดือนน้ำ ก็จะเอาของพวกนี้ไปไว้ในตัว ลองคิดดูว่าเอามาให้ปลากินแล้วจะเป็นไง…. เราจึงต้องระวังให้มากขึ้น… สำหรับปลาโต อาหารเม็ดช่วยได้ ปลาเล็กนี่สิ… หนอนจิ๋วพอไหว ไรทะเลเป่าก็แพงไป แต่อาจจะไปซื้อแบบถูกๆที่เปอร์เซ็นต์การฟักไม่สูงนักมาใช้แก้ขัดก็ได้… เอาเป็นว่าพ้นช่วงนี้ไปหน่อยก็ดี หรือเลือกอาหารสดจากร้านที่สภาพแข็งแรง.. ไรแดงก็ยังแดง ตัวตายน้อยๆ หนอนแดงก็แดงฉ่ำและชอบม้วนเป็นก้อนกลม ไส้เดือนน้ำก็แดงไม่มีพวกตายเจือปน พอได้มาแล้วก็ล้างด้วยน้ำสะอาดหลายๆน้ำหน่อย ทิ้งไว้ให้คายของเสียออกมาแล้วถึงเอามาให้ปลาเรากินอีกที บางคนใช้ด่างทับทิมล้าง ก็ช่วยได้ แต่ที่เอาไปแช่จนด่างทับทิมเปลี่ยนจากม่วงเป็นน้ำตาลนี่ ผมว่าเป็นการเอาสารพิษให้ปลาเรากินนะ เพราะด่างทับทิมเมื่อหมดสภาพจะกลายเป็นโลหะหนักมีพิษกะปลาเรา (ถ้าจำไม่ผิด)… ถัดมาเรื่องของแสงแดด แสงธรรมชาติ มันช่วยทำให้ปลาเราดีขึ้นนะครับ… ปรสิตหลายๆตัวอยู่ไม่ได้เพราะโดนแสง ดังนั้น ให้ปลาเราเจอแสงธรรมชาติบ้างดีกว่าแน่ แต่อย่าเอาไปวางในที่แสงแรงๆจนปลาสุกไปเลยล่ะ… เท่าที่เช็คปรอทดิจิตอลดู ปลากัดที่บ้านผมสามารถอยู่ได้ในน้ำตั้งแต่ 15 – 33 องศาเซลเซียส… แต่อุณหภูมิต้องค่อยๆเปลี่ยนนะครับ… ไม่ใช่ขึ้นลงวูบเดียว… ถ้าแบบนั้นคนยังแย่เลย…

โม้เพลินไปเรื่องอาหารซะ… ก่อนปล่อยปลาลงโหล ก็แช่เขาไว้ในโหลที่เราจะปล่อยสักพักเพื่อปรับอุณหภูมิ ปลากัดยุคนี้อ่อนแอนะครับ… เพราะเราผสมกันแบบในสายเลือดเดียวกันค่อนข้างมาก… ไม่เหมือนแต่ก่อน ปล่อยโครมไปก็ไม่เป็นไร ปีหนึ่งๆจะเจอโรคปลาสัก 1-2 ครั้ง เดี๋ยวนี้เพียบ… พอเราปล่อยปลาไปแล้ว ดูอาการซะหน่อย หอบไหม ดูตรงเหงือกนะครับ… ถ้าหอบก็ทิ้งไว้สักพัก ถ้าหายก็โอเคในขั้นแรก ถ้าไม่หายต้องรีบหาสาเหตุ อาจจะเป็นที่น้ำเราไม่ได้เรื่องก็ได้ ต้องหาทางปรับน้ำให้… ช่วงวันแรกๆงดอาหารไปเลยยิ่งดี ให้วันที่ 2 ไป…ถ้าฮาร์ฟมูนก็ดูหน่อย อาจต้องให้บ้าง เพราะเจ้าพวกนี้อดหน่อยกลายเป็นซุเปอร์เดลต้าเลยก็มี… เสียดายตังค์ หลังจากนี้ไปดูอาการครับ… ถ้าน้ำที่เราใช้เลี้ยงเขาในโหล… ใสปิ๊ง… ขี้ปลาออกมาเป็นก้อนสีดำจมก้นน้ำ… ไม่ฟูฟุ้งเป็นเมือก… ถือว่าดี ถ้าเป็นก้อนขุ่นขาว ฟูๆ น้ำมีคราบเมือกปน… ละก้อ ไม่ดีแน่ ถึงปลาจะดูปกติก็เถอะ… คุมน้ำให้ได้ครับ… จนกว่าจะเห็นสภาพน้ำและขี้ปลาแบบที่ว่า แล้วเปลี่ยนทุกๆ 3-4 วัน แบบ 50% ก็พอ คือดูดขี้ออก… แค่นี้ก็เหลือๆครับ… สำหรับอาหารในกรณีปลาปกติ… ก็ให้จนอิ่ม ดูว่าท้องป่องหน่อยๆพอ เพราะถ้าอาหารไม่พอ บางทีนอกจากครีบเครื่องจะกางไม่ออกแล้ว จะมองเห็นว่าแนวกะโหลกติดกับตัวปลาจะมีรอยบุบลงไปเลย… นั่นก็ผอมไป… พยายามสังเกตดูปลาเราทุกวัน ปลากัดที่ปกติ จะไม่ซุกก้นน้ำประเภทนอนนิ่งๆครีบห่อ หรือลอยขนานผิวน้ำนิ่งๆ… เขาจะว่ายวนไปวนมาในโหลนั่นตลอดเวลา ครีบก็จะไม่ห่อลีบ… เมื่อไรที่เห็นว่าปลาผิดปกติ… ให้ดูดของเสียออกเติมน้ำใหม่แล้วเพิ่มเกลือให้เขา ถ้าไม่ดีขึ้นให้แยกออกจากปลาที่เหลือ… เพราะอาจจะมีโรคปลาติดมากับปลาตัวนั้น… เพราะปลากัดบางตัวจะมีโรคที่ติดมากับสายเลือดเลย แก้ยากกกกกก… ปีที่แล้วเอาปลาจากนอกฟาร์มเข้ามา กะเอาอาหารสดมาใช้ โดนไปเกือบปิดฟาร์มเลย… ขนาดไม่มีปลาออกเกือบ 4-5 เดือน… คุมกันอุตลุตกว่าจะเอาอยู่หมดสนิทจริงๆร่วม 6 เดือน น่ากลัวนะครับ… ถ้าทำได้หาโหลหรืออ่างไว้ 1 ใบ ใส่น้ำผสมเกลือลงไปขนาดเกลือขี้เกียจละลายได้ยิ่งดี ไว้ค่อยแช่กระชอน กระบวย ที่เกี่ยวเนื่องกับปลา หรือจะเอามาล้างโหลด้วยก็ได้… จะสังเกตุว่าผมใช้เกลือมาก เพราะเกลือเป็นของธรรมชาติครับ… มั่นใจได้ว่าไม่มีพิษตกค้างแน่นอน… เกลือที่ว่านี่เกลือทะเลนะครับ… ไม่ใช่เกลือผสมยาที่มีขาย เพราะเกลือที่มียาบางชนิด มันเป็นยาที่ไม่ถูกโรคกับปลากัด ยากำจัดปรสิตบางตัว เอามาใช้กับปลากัด ขนาดผสมอ่อนกว่าอัตราที่กำหนด ปลากัดยังตายได้ในเวลาไม่เกิน 1 ชม.เลย เพราะแพ้ยาตัวนี้… ส่วนชื่อยาขออนุญาตไม่บอกในนี้ เดี๋ยวกลายเป็นไปข้อขัดแย้งอีก… โทร.มาถามเอาแล้วกันนะครับ…

ปลากัดที่เอามาใหม่และทำตามขั้นตอนที่กล่าวไว้แล้ว ควรจะดูอาการอย่างน้อย 1 สัปดาห์นะครับ… ช่วงนี้ห้ามใช้ของปะปนกับปลาตัวเก่าเราเลยจะดีมาก บางครั้งผมต้องทำการล้างปลากัดตัวใหม่ในน้ำเกลือก็ต้องทำ… คือผสมน้ำกะเกลือในขั้น เข้มข้นขนาดชิมแล้วเค็มนั่นแหละ จับปลากัดที่จะแช่ใส่ในกระชอน แล้วเอาไปแกว่งในน้ำเกลือนั่นสัก 5-10 วินาที… แล้วเอามาปล่อยในน้ำสะอาดที่เตรียมไว้ ปลาเขาจะช๊อคตัวแข็ง พอเจอน้ำจืดสนิทก็จะค่อยๆฟื้นขึ้น วิธีนี้จะสามารถกำจัดปรสิตบางอย่างออกไปได้บ้างครับ… อย่าแช่นานนะ ตายไปมาบอกว่าผมบอกให้ทำไม่ได้นะครับ… 555 ดูแค่พอตัวแข็งเอาออกเลยก็ได้ เพราะอาจจะผสมน้ำเค็มจัดไป… สำหรับในช่วงนี้ ใครจะเทียบปลาก็เทียบได้นะครับ… จะได้ไม่เสียเวลา… อย่าลืมให้ปลาเราออกกำลังทุกวัน เช้ากะเย็นก็ได้… ของผมขี้เกียจมานั่งเปิด ก็เจาะรูแผ่นกั้นซะ คราวนี้พองทั้งวัน แต่อาหารก็ต้องพอด้วยนะ สำหรับฮาร์ฟ ฯ เลี้ยงแบบนี้ไม่ค่อยดีเท่าไร แต่ถ้าอาหารถึงๆก็โอเคครับ…

สำหรับโม้ตอนที่ 5 ก็คงจะจบตรงนี้ก่อนนะครับ… เดี๋ยวโม้ตอนที่ 6 จะเน้นๆเรื่องการเพาะปลาเลยดีกว่า… เอาแบบเจาะๆเลยว่า แบบของผมที่ทำอยู่เป็นยังไง… ขอเวลาสักอาทิตย์ครับ…. 🙂

BACK             NEXT