การเลี้ยงปลากัดแบบของผม…(โม้…ตอนที่ 1)

วันนี้ผมเกิดนึกอะไรขึ้นก็ไม่รู้  รู้แต่ว่าอยากเขียน  อยากถ่ายทอดอะไรออกไปบ้าง  ประกอบกับคิดว่าคงมีหลายท่านที่อยากฟังผมโม้บ้าง…และด้วยประสบการณ์เพียง 2 ปี  กับเรื่องราวที่ผ่านมาในการเลี้ยงปลากัด  อาจจะยังไม่สามารถที่จะยืนยันหรือกล้าที่จะกำหนดหรือบอกเล่าอะไรที่เป็นหลักการ  เป็นแนวทางปฏิบัติให้กับใครๆได้…แต่ก็คงพอจะมานั่งเล่าเรื่องราวต่างๆที่พบมา  ประสบมาให้ฟัง…ใครที่ไปพบเจอในสิ่งใกล้เคียงก็ไปประยุกต์ดูนะครับ

สำหรับปลากัด  คงไม่มีคนไทยรายใดบอกว่าไม่รู้จัก  แต่อาจจะไม่เคยเห็นตัว  ไม่เคยเลี้ยงล่ะมีแน่  ผมเองได้มีโอกาสสัมผัสเขาตั้งแต่ยังอยู่ชั้นประถม  จนขึ้นมัธยมก็เริ่มเลี้ยงและก้าวหน้าไปในระดับการเพาะพันธุ์  ช่วงนั้นก็ทดลองแค่ประมาณ 20 กว่าครอก  มีปลากัดที่นั่งดูแลเองกว่า 100 ชีวิตในเหลี่ยมและขวดแม่โขงทั้งกลมและแบน  กะอ่างดินเผานับสิบที่เพาะปลาไว้  เป้าหมายคือกัดเก่ง  ลองคิดดูว่าเด็ก ม.1 ตระเวณกัดปลาทั้งกับเพื่อน  และบ่อนร่อนเร่ในสนามหลวงนาสมเพสนัก 555  บางครั้งถึงกับเอาปลาไปท้ากัดกับลุงบางคนที่มีปลาสายที่เราต้องการ  เพียงเพื่อจะเอาตัวเมียเขามาเพาะ  จนในที่สุดก็สามารถทำสายกัดที่กัดกระเพาะ  กัดหู  กัดท้อง  เป็นหลักได้สำเร็จ  โดยคู่สุดท้ายที่ไปกัดมา  สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ในเวลาเพียง 10 กว่านาที  เพราะคู่ต่อสู้เลือดไหลเป็นสายออกมาจากท้อง…แล้วนั่นก็คือจุดที่ผมเลิกทำต่อ  เพราะไม่เคยกัดจนตายไปข้างนึงสักที  และถือว่าเราบรรลุจุดมุ่งหมายแล้ว  ความรู้ตรงนั้นทำให้ผมสามารถบรรยายในห้องเรียนวิชาวิทยาศาสตร์  จนอาจารย์ให้ทั้งห้องยกเลิกการเพาะปลาส่ง  เพราะว่าข้อมูลที่ผมบรรยาย 2 คาบเรียน เกือบ 100 นาที  ครบถ้วนและมากเกินตำรา  และยังได้เป็นผู้ให้ข้อมูลเพื่อให้อาจารย์ทำวิทยานิพนธ์ของคณะวิทยาศาสตร์จุฬาฯอีกต่างหาก  วันเวลาผ่านไปจากเด็กอายุ 13 ปี  ในตอนนั้น  มาจน 36 ปีในตอนนี้…ปลากัดยังอยู่ในใจตลอดมา…และ  สบโอกาสเมื่อ  ผมได้แต่งงานและย้ายกลับมาอยู่กรุงเทพฯ (ตะลอนๆอยู่ตามประสาคนหนุ่มซะ 10 กว่าปีอ่ะ)  และกำลังจะมีทายาทตัวน้อยๆ  มนุษย์เงินเดือนมองสภาพการณ์ออกแล้วว่า  ต้องมีรายได้เสริม  อะไรล่ะ…

วันนึงเดินไปที่บิ๊กซี  เข้าร้านหนังสือ (อ่านทุกเดือน  ค่าหนังสือต่อเดือน 1,000 โดยเฉลี่ยครับ) ตาเหลือบไปเห็นหนังสือปลากัด  พิมพ์สี่สีสดสวย  เปิดข้างในดู  “อะไรกันนี่!  ปลากัดมีแบบนี้ด้วยเหรอ”  ซื้อเดี๋ยวนั้นเลยครับ  กลับมาเอามาให้คุณแม่และภรรยาดู  ปลากัดยุคนี้สวยมาก  พออ่านเนื้อหาข้างในเริ่มเห็นช่องทาง  เพราะเดิมทีผมจะทำปลาหางนกยูงเล่น  เพราะเลี้ยงในบ่อบัวแล้วมีเยอะ  ว่างๆก็เก็บไปขายร้านตัวละ 2 บาท เป็นค่าอาหารปลา  ก็ขยายเล่นๆจนมีหางนกยูงเกรดกาละมังอยู่เป็นหมื่นตัวเลย 555 (ทำเล่นๆ)  คุยกะแฟนและมาเดินดูพื้นที่รอบบ้าน  คุยกะเด็กที่บ้าน  เลยตัดสินใจไปซื้อปลากัดมาเลี้ยงซะ  คราวน์เทลกะหม้อดำออคิด…เป็น  2  ตัวแรกที่เอาเข้ามากะตัวเมียอีก 1  แค่ 3 ตัวก็เฉียดพันแล้ว… โดยเลี้ยงในเหลี่ยมพลาสติกใสที่ต่อขึ้นเอง  จาก 3 เริ่มขยายออก  โหลแก้วในบ้านถูกทยอยออกมาใช้

30 กว่าตัวในเวลาเพียง 3 อาทิตย์…แผนการร้ายเริ่มต้นขึ้น…การเพาะพันธุ์…เราจะทำ HM ลงมือเพาะ  เราจะทำคราวน์  ลงมือเพาะ…อ่างซีเมนต์ 10 ใบ  ถูกสั่งเข้าในบ้าน  คอกสุนัขเปลี่ยนเป็นที่เพาะปลา…ที่บังแดดถูกสร้างขึ้นทันที  ช่วงนั้นผมจำเป็นต้องเดินทางไปปราณบุรีบ่อย (ภรรยายังไม่ได้ย้ายมาด้วย) ระหว่างทาง  ปลากัดริมถนน  สีดีๆทรงสวยๆ  ถูกกว้านซื้อกลับเข้าบ้าน  จตุจักร  เป็นสถานที่ๆผมไม่ชอบเลย  กลายเป็นที่ๆอยากไป  เหลี่ยมขนาด 3x3x5 ถูกสั่งเข้ามา 300 ใบ 4x4x8 อีก 50 กว่าใบ  ต่อชั้นไม้เพิ่มอีก…ผลออกมาคือปลามีมากเกินไป  โหลเยอะไม่มีที่วาง  แต่ปลาที่เพาะได้ไม่มีสักตัว…ทุกอย่างเป็นศูนย์….

นับจาก  6 พ.ค.(วันเกิดตัวเองและวันตั้งฟาร์ม) จนปลายปี 2002 ผลผลิตออกมาดีใจหาย  มีปลากัดที่เราเพาะเองเพียง 32 ตัว…เงิน  ลงทุนไปมากมาย  เด็กที่ปลดจากทหารและเราจ้างเขาดูแลบ้านที่เข้ามาช่วยทำปลากับเราก็นั่งซึมๆ  เขาไม่มีพื้นฐานอะไรเลยเกี่ยวกับปลากัด ลูกปลาบางครอก 300-400 ตัวในกาละมัง  เพียงเราไม่อยู่วันเดียว  มันอาจกลายเป็น ศูนย์ ได้เลย…ช่วงนั้นผมเพาะปลาในห้องทำงานที่บ้าน  มีการคุมอุณหภูมิ  อาหารที่ใช้เน้นอาหารสำเร็จรูป อย่างเดียว  โชคดีที่ตอนนั้นปลาหางนกยูงกาละมัง  ผมสามารถทำยอดขายได้พอที่จะเลี้ยงปลาได้โดยไม่ใช้เงินเดือน  เลยพอเอาตัวรอดไปได้…ทำไงดี…หนังสือทุกเล่มถูกเอามานั่งอ่านซ้ำเป็นคำรบที่ 3-4  ศึกษาข้อมูลจากทุกทาง  หางนกยูงเกรดบนถูกนำเข้ามาเพื่อกู้สถานการณ์  แต่กลับร้ายหนักไปอีก  ประสบการณ์เราไม่มากพอจะเล่นกับปลาพวกนั้น  บางวันซื้อพ่อแม่ปลาเข้ามากว่า 3000 บาท  เพียง 3 วันก็ละลายเงินไปเพราะตายหมด  เป็นแบบนี้หลายหน  แต่มาแล้วครับต้องสู้ไป  สถานการณ์ทั้ง 2 ประเภทเลวร้ายพอๆกัน…ปลาหางนกยูงเกรดล่างโดนโรคร้ายเล่นงาน  ลูกปลา 2-3000 ตัวหายไปในเวลาไม่ถึงอาทิตย์  รุ่นที่จะจำหน่ายได้ก็ทยอยตาย…สาหัสครับ  และแล้วก็ถึงคราวที่ต้องเปลี่ยนแปลงการเลี้ยง…

ก.พ.2003  ปลากัดจำนวน  10 กว่าตัวที่คัดมาแล้วว่าสมบูรณ์  ถูกนำมาเลือก  แดงที่กระโดงเป็นลักษณะ 2 หาง  ปลาหม้อสีมาเบิ้ล   สีน้ำเงิน  ดำออคิด…ถูกนำมาเลือก  เอาตัวเมียที่มีอยู่เล็กน้อยมาจับคู่เข้า…ตั้งเป้าที่สีเดี่ยว   และถ้าคราวนี้ไม่รอดอีก  เราจะเลิกเลี้ยงปลากัด  (หางนกยูงเกรดบนเริ่มเอาอยู่แล้ว)  ระบบการเลี้ยงที่เปลี่ยนแปลงไปคือการเน้นอาหารสด  เราใช้ไข่อาร์ทีเมียแบบกระป๋องมานั่งเป่าเอาวันละ 2 ช้อนชาเพื่อเลี้ยงลูกปลาแรกเกิดร่วมกับไข่แดง…ไม้น้ำผ่านการล้างและแช่และล้าง  จนมั่นใจว่าปลอดเชื้อปลอดสัตว์ร้ายที่แฝงตัวอยู่…โรคปลาที่เคยพบ  ประเภทท้องมาน  เหงือกบวม  เสียการทรงตัวหมดไป  เพราะปรับสภาพน้ำจากเป็นด่าง (PH 8-8.5)  เป็น (PH 6.5-7)  ด้วยใบหูกวาง  เกลือทะเลถูกสั่งมาเก็บทีละ 5 กระสอบเพื่อเพาะอาร์ทีเมียและใช้ใส่ลงในน้ำเลี้ยงปลา  กระชอนจัดหาเฉพาะโซน  เฉพาะงาน  ด่างทับทิมเอาเข้ามาเพื่อฆ่าเชื้อทุกประเภท…

พ.ค.2003   ประกาศขายปลากัดหม้อและปลากัดจีนจำนวนมาก  ถูกประกาศลงใน efish2u  กล้องดิจิตอลที่ซื้อมาเพราะลูกสาวเกิดตอน ม.ค. ถูกนำมาใช้กับปลากัด  รูปปลากัดถูกถ่ายทอดลงบนเว็บ…เสียงตอบรับดีกว่าที่คิด… ปลากัดหม้อมีเครื่องที่ใหญ่สวยงาม  รูปทรงดีสมเป็นปลากัดหม้อ…ผมเริ่มไปเดิน จตุจักร  เพื่อหาตลาดระบายปลาออก  ไม่มีใครรับเลยสักคน  แถมไม่ดูปลาเราด้วย  ผมเข้าไปคุยกะ ต้น – ปังปอนด์ ที่ทำหางนกยูงเกรดบนส่งเขาอยู่ด้วย  น้องเขาก็เลยแนะนำให้ไปติดต่อป้าทุม…ป้าทุมดูแล้วก็บอกว่าเอามาก็ได้  ไม่มากนักป้าก็รับหมด…ปลากัดหม้อถูกขายไปในราคาที่ผมพอใจ 4 บาท ปลาจีน 3 บาท เดลต้า 4 บาท 2 หางกรรไกร 4 บาท 2 หางหม้อ 4 บาท…เพราะตั้งใจไว้ว่าขายแค่ตัวละ 3 บาทก็กำไรแล้ว…ผมเริ่มรู้จักคนเว็บมากขึ้น…บ่อซีเมนต์ถูกสั่งเข้ามาเรื่อยๆ  ร้านขายปลาถูกเปิดร่วมกับน้องสาว  ทั้งปลากัดและหางนกยูงถูกขายออกไป  ปลาหมอสีจากจตุจักรก็ซื้อมาแล้วขายไป  บางส่วนปล่อยลงบ่อซีเมนต์ขนาดใหญ่  เพื่อทำขนาด  รายได้บางเดือนก็แตะ 5 หลักต้น…ฟาร์มอยู่ได้…

วันนึงก็มีการชักชวนคนในเว็บ  เปิดกระทู้เพื่อรวมกลุ่มคนเพาะปลา  จะขาดผมได้หรือ  เลยเข้าร่วมด้วย  และมีการประชุมกันประมาณ ต.ค.2003 นั่นทำให้ผมรู้จัก พี่ orchid , bettaboy77, madcoth และเป็นจุดเริ่มต้นให้เข้า aquabid ผมเริ่มหาข้อมูล  มีหลายๆท่านมาดูปลาที่บ้าน  ซึ่งส่วนใหญ่ก็เอาไปเลี้ยง  ผมก็มักจะให้ๆไป  ไม่ได้หวงอะไร  จะขายก็เฉพาะเอาทีละเยอะๆเท่านั้น  ซึ่งก็ราคาเดียวกับที่ขายให้ป้าทุมนั่นแหละ  จากจุดนี้ก็เลยรู้จักพี่อรรถเข้าด้วย  เพราะพี่แกมาหาปลาหางนกยูงที่บ้าน  คุยไปคุยมาถูกคอก็เลยติดต่อกับพี่เขามาจนทุกวันนี้  จากศูนย์ตอนเราเข้ามา  กลายเป็น 10 เป็น 20 เป็น 50  เราสตาร์ทจากไม่มีอะไรเลย  แต่เราได้พี่ๆหลายคนคอยแนะนำครับ  ลดขั้นตอน  ลดการเรียนรู้ลงได้มากนัก  วันนึงหลังจากเริ่มเข้าที่  จึงตัดสินใจลง aquabid  ได้โทร.คุยกับคุณ Bluebetta และได้รับคำแนะนำที่ดีมา  ตลอดจนให้ติดต่อพี่ bettaboy77 ต่อไป  นั่นคือเส้นทางที่เข้า aquabid ครับ….ประกอบกับใน พ.ย.2003 ปลากัด Super Red ที่มีสายมาจากปลากัดสีจืดๆ  ก็เริ่มออกมา  โดยเราคุมสีสายของเราให้นิ่ง  เพื่อคัดเอาตัวเมีย (เพราะตัวเมียมักถูกหลอกขาย  เอาปลาไม่มีคุณภาพมาให้  เราต้องคุมสายและใช้ตัวเมียเราไง) จากนั้นไปเดินหาตัวผู้ในอุดมคติมาครับ…จนออกมาเป็น Super Red ที่สวยกว่าที่หวังไว้…ปลาออกมาสวย  เสียงตอบรับดี…ตลาดบน aquabid เดินทันที  ขณะเดียวกันสีอื่นๆเช่นน้ำเงิน ขาว เทา ดำออคิด สองหางกรรไกรและแฟนซี ก็ทยอยออกมาด้วย  ขึ้น bid ครั้งแรก  เพียงคืนเดียว จาก 5 ไปถึง 4  จาก 4 ติดต่อตรงเพิ่มยอดกลายเป็น 8 ตัว  กับรายรับที่เห็นตรงหน้ารวมค่าส่งด้วยประมาณ 8400 บาท  คุ้มมาก…แต่เจอปัญหาครับ… ไปฝรั่งเศสต้องส่งเอง  ส่วนปลาที่ไปอเมริกาก็เอาไปส่งที่บ้านพี่ bettaboy77 ยังไม่รู้อะไรเลย  ทางโน้นก็ยังไม่จ่ายเงิน  แต่เราส่งปลาไปก่อน  ช่างมัน….ซื้อความรู้ครับ…

ช่วง พ.ย. อากาศเริ่มเย็น  ปลาที่ไปฝรั่งเศสก็ไปแบบดื้อๆ  แพ็คแบบไม่เคยเห็นใครทำ  เราก็ทำไปตามความคิดเรา  ถุงพลาสติค 4×12 เอามาใช้  กลับหัวกลับหาง  ไม่มีการใช้หนังยางครับ…น้ำก็ต้องสะอาดสุดๆ  ออกจากเครื่องกรองเลยทีเดียว…ห่อกระดาษหนังสือพิมพ์ซ้อนลงในถุงดำอีก 2 ชั้น  ปิดกันอากาศเข้า  มั่นใจว่ากล่องโฟมป้องกันอากาศขนาด 15 องศา กลางวัน และ 7 องศา กลางคืนได้  ส่งผ่าน EMS ต้องบอกว่าเป็นสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์  และส่งเป็นของขวัญครับ  ส่งวันจันทร์  วันพุธค่ำๆ  ทางโน้นตอบมาแล้วปลาปลอดภัย… ไชโยครับ….ส่งครั้งแรกสำเร็จ   และมีรายการสั่งชุดที่ 2 ต่อทันที  เงินถูกโอนเข้ามา (ส่งก่อนจ่ายทีหลังครับ)  ผ่านไปเพียง 5 วัน  ข่าวร้ายตามมา  ปลาที่ส่งไปตายหมด… และด้วยข้ออ้างที่ว่าปลาเรามีปาราสิต…เป็นไปไม่ได้ครับ…ปลาจะตายแบบทันทีทันใด  ไม่ใช่ลักษณะนั้น… และจริงๆแล้ว  เมื่อเขาแกะปลาออกเลี้ยง  ก็หมดความรับผิดชอบ…แต่นี่ครั้งแรกครับ…ข้ออ้างนี้ถ้าพูดๆกันไปเราเสียหาย… เลยตัดใจตอบไปว่าเราจะส่งชุดที่ 2 ฟรี (กำไรจากรอบแรกมากพอ  ไม่ขาดทุน)  คราวนี้หนัก  รอบ 2 ตายหมด  ไม่มีรูปมาให้ดู  เชื่อได้ไหม…ผมพิจารณาในขณะที่เขาก็จะสั่งรอบ 3  เพื่อความชัวร์  ผมทดลองแพ็คกล่องแบบที่ส่งปลาจริง  เอาปรอทใส่ข้างในและแช่กล่องโฟมในตู้เย็น 555  ข้างใน ศูนย์องศาเลย  ปลาที่อยู่ได้คือปลาตายละครับ…ต้องยอมรับความจริงและตอบไปว่า  เราจะส่งชุดที่ 3 ฟรี…(ยังกำไรครับ  แต่นิดหน่อย)  ผมทดลองหลายทางก็ไม่สามารถปิดกั้นอากาศเย็นได้  ทำไงดี…เสีย ไปแล้ว  18  ตัว…อีกอย่างถ้าส่งเที่ยวนี้พลาดอีก  เที่ยวที่ 4 จะเริ่มขาดทุน…คิดหนักละครับ…

จะโม้ยังไงต่อไป  รอติดตามตอนต่อไปครับ…  NEXT