เปิดตำนาน Dong2002 “Super Red”

Super Red หากจะเอ่ยถึงชื่อปลากัดตัวนี้แล้ว คิดว่าคงไม่มีใครไม่รู้จัก… เป็นปลากัดสีแดงที่แดงแบบสุดๆ แดงหมดทั้งตัว เป็นปลากัดสีแรกๆที่ถูกพัฒนาขึ้นมายาวนาน และยังเป็นสีที่ดึงดูดคนรักปลากัดให้หามาสะสม แม้จะเป็นปลากัดสีเดิมๆก็ตาม ปลากัดสีแดงแบบ Super Red นี้ เท่าที่ผมได้สังเกตมา พบว่ามีอยู่ 2 สายหลักๆคือ Super Red Black Ring หรือแบบตาข่ายดำ ซึ่งผมถือว่านี่คือปลากัดสีแดงที่แท้จริง ใครจะคิดแบบอื่นก็แล้วแต่จะคิดนะครับ… สำหรับผมแบบมีตาข่ายนี่แหละที่เรียกว่าแดงแท้จริง… ทำไมผมถึงคิดแบบนั้น เพราะปลาแบบนี้จะแดงมาตั้งแต่เล็กๆ โตขึ้นมาก็แดงมาแล้วครับ… ลักษณะของเขาที่เห็นชัดคือ ขอบเกล็ดจะมีขอบดำจนดูเหมือนมีตาข่าย มีวงแหวนดำที่ขอบหาง และอาจมีการตัดขอบที่ชายน้ำและกระโดงด้วย… ซึ่งกลายเป็นจุดด้อยของปลากัดสีแดงแบบนี้ แต่ในสายนี้ก็มีปลาบางสายที่ขอบเกล็ดแทบจะไม่มีสีดำติดเลย คือมีแต่บางมาก สำหรับปลากัดสีแดงอีกสายหนึ่งคือ Super Red from Red cambodian หรือปลากัดสีแดงที่ตอนอายุน้อยๆตัวจะมีสีขาวและมีครีบสีแดงนั่นแหละ… พวกนี้สำหรับผมไม่ถือว่าเป็นปลาแดงแท้จริง… ต่อให้โตขึ้นมาแดงหมดตัวก็ตาม แต่ปลากัดสีแดงแบบนี้กลับเป็นปลากัดที่คนรักสีแดงหลายๆคนใฝ่หา เพราะสีแดงของปลาแบบนี้แทบจะไม่มีสีอื่นใดมาแซมเลย แต่ที่สวยจริงๆก็หายากเต็มทน บางตัวจะเห็นสีดำตามขอบเกล็ดประปราย เรียกว่าหากมีแล้วแทบจะหมดสวยไปเลย แบบนี้เล่นแบบมีตาข่ายดำบางๆสวยกว่า และอาจจะพบปลากัดจำพวกที่ก้านหางติดเขียว ติดขาวอีก… เกล็ดมีเหลือบเขียวบ้าง… การจะมีแดงสนิทๆสักตัว… หายากยิ่งนัก ทำให้ปลากัดสีแดงสดๆแบบที่คุณภาพสูงๆในตลาดหาได้ยากยิ่ง

การเอาชนะปลากัดสีแดง… ผมใช้คำนี้เพราะมันต้องพยายาม พยายามทำให้ปลากัดสีแดง กลายเป็นสีที่แดงแบบสุดๆจริงๆ สมบูรณ์แบบจริงๆ นั่นคือเป้าหมายในการพัฒนา… กฎเกณฑ์ในเรื่องพันธุกรรมศาสตร์ จะเป็นอย่างไรนั้นผมเองก็ไม่รู้ รู้แต่เพียงว่าบทสรุปของมันคือ หากเราต้องการสีอะไรก็ให้เอาสีนั้นมาผสมกัน อยากได้รูปทรงแบบใด ก็ให้เลือกแบบนั้น… นั่นคือแนวทางการพัฒนาที่ถูกยึดถือมาโดยตลอด.. ดังนั้นการเลือกพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ย่อมต้องมีความสำคัญยิ่ง ตัวพ่อพันธุ์นั้นคงไม่เท่าไร แต่แม่พันธุ์นี่สิ… ต้องพลิกแผ่นดินหาแถมคนที่ครอบครองจะขายไหม ทุนเรามากพอจะสู้ไหม… ความคิดในการทำปลาแบบของผมจึงบังเกิด… “การพัฒนาปลากัดต้องทำตัวเมีย” เราต้องพัฒนาและคุมเลือดปลากัดตัวเมียเป็นหลัก… ผมจึงได้หาปลากัดจากแหล่งต่างๆในราคาที่ไม่สูงนัก… ปลากัดจีนสีแดงสดและเป็นแบบแคมโบเดียน ถูกซื้อมาแค่ตัวละ 10 บาท เพื่อมาดึงสี ขณะเดียวกันปลากัดหม้อสายกัดจากเพชรบุรีตัวละ 50 บาทเพื่อนำมาดึงทรง และปลากัดหม้อตัวเมียจากจตุจักรและสนามหลวง 2 ในราคาตัวละ 30 – 50 บาทเพื่อมาทำสายพันธุ์ ปลาดังกล่าวถูกผสมเข้าด้วยกันและนำมาไขว้สายกันโดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนารูปทรงและสีไปพร้อมๆกัน… การดำเนินการดังกล่าว จำเป็นต้องใช้ระยะเวลายาวนาน… ไหนจะต้องมาหดความยาวหางในขณะที่ต้องเพิ่มความลึกของสี จนกระทั่งได้รูปทรงปลากัดหม้อ ครีบเครื่องใหญ่ถึงเกล็ดจะมีตาข่ายและแดงอมส้ม แต่ก็ฝังไว้ด้วยยีนส์ของปลากัดจีนสีแดงสด รอวันที่จะดึงออกมาโชว์

หลังจากการพัฒนาจนได้รูปทรงที่เราพอใจแล้ว การเก็บสายพันธุ์เราจะเน้นเก็บปลาตัวเมียเป็นหลัก เพราะเราไม่มีทางดูออกเลยว่าปลาตัวเมียตัวนั้นๆจะให้ลูกปลาออกมารูปทรงอย่างไร สีอย่างไร… เราต้องอาศัยการสังเกตจากปลาตัวผู้เท่านั้น แต่ใช่ว่าจะดูไม่ได้ซะเลยทีเดียว… ปลากัดตัวเมียที่เหมาะสมที่สุด จะต้องมีรูปร่างสมส่วน แก้มสีแดงสด ลำตัวต้องได้สมดุล มุมหางจะต้องกางได้กว้าง ชายน้ำจะต้องทำมุมเฉียงกับลำตัวเป็นทางด้านท้ายของลำตัว ปิดช่องว่างระหว่างหางกับชายน้ำได้ถือว่าดีมาก และชายน้ำต้องไม่ยาวไปกว่าขอบหางด้านล่างมากนัก เพราะเมื่อมีเลือดมาจากปลากัดจีน ชายน้ำจะทิ้งยาวลงด้านล่าง ซึ่งจะไม่เหมาะสมเลยหากมาอยู่บนปลากัดครีบสั้น รายละเอียดเหล่านี้ผู้เพาะเลี้ยงจะต้องสังเกตให้ละเอียดถี่ถ้วน หากผิดพลาดไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายในระยะยาวได้ และอาจทำให้ถึงกับไม่ประสบความสำเร็จ…

จากการพัฒนาปลากัดสีนี้มา ซึ่งใช้เวลาพอสมควร… จึงพอจะสังเกตได้ว่า การจะพัฒนาปลากัดสีแดงให้ได้มาตรฐานจะต้องทำอย่างไร การจะพัฒนาเพื่อให้ลำตัวเกลี้ยงเนียนจะต้องใช้ปลาในลักษณะใด ตลอดจนจะต้องควบคุมสายพันธุ์อย่างไรเพื่อที่จะเก็บลักษณะเด่นของปลากัดสีแดงที่สวยสมบูรณ์มากที่สุด การตั้งเป้าหมายในการพัฒนาปลากัดสีแดงที่ผมทำอยู่ จะแตกต่างกับการเพาะพันธุ์ปลากัดเพื่อการประกวด… เพราะปลาใช้ในการประกวดนั้นสวยสุดๆเพียงตัวเดียวในครอกก็สามารถส่งขึ้นประกวดได้… แต่การทำปลากัดให้ได้มาตรฐานนี่สิ…ยากกว่า… จะทำอย่างไรปลากัดสีนี้รูปทรงนี้จะออกมาแบบมีจำนวน ประเภทที่เรียกว่า เลือกมา 10 ตัวก็ต้องเหมือนๆกันหรือคล้ายกันมากที่สุดทั้ง 10 ตัว… จนแทบไม่สามารถแบ่งเกรดความสวยออกได้เลยนั่นแหละที่ผมเรียกว่า มาตรฐาน การพัฒนาสายเลือดปลาเพื่อให้เกิดความยั่งยืนและได้มาตรฐานที่สุด จะต้องไม่ทำการผสมแบบในสายเลือดมากจนเกินไป ต้องมีการไขว้การสับสาย มีการนำลักษณะเด่นไปฝากไว้ตามปลาแต่ละสายย่อยๆ ให้มากพอและมีความเข้มข้นของสายเลือดพอที่จะสามารถโชว์ลักษณะเด่นออกมาในรุ่นต่อๆไปได้… ผมจึงพัฒนาปลากัดสีแดงทีละ 6 สายเพื่อป้องกันการผสมระหว่างครอกเดียวกันจนเลือดชิด นั่นคือนำปลากัดสีแดงต้นสายที่พัฒนาได้เป็นตัวยืน และหาปลาจากที่อื่นมาผสมเพื่อสับสาย และนั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผมต้องมีการบันทึกประวัติปลากัดสีแดงด้วยระบบตัวเลข และทำให้ปลากัดสีแดงในแต่ละรุ่นแต่ละครอกมีความแตกต่างกันออกไปในเรื่องของรูปทรง ครีบเครื่อง แม้กระทั่งสี แต่ก็เป็นไปอย่างน้อยที่สุด

เนื่องมาจาก สายหลักของปลาต้นสายเป็นปลาที่มีลักษณะเด่นคือ ครีบเครื่องค่อนข้างใหญ่ บางรุ่นชายน้ำออกจะยาวไปด้วยซ้ำ แต่ก็แก้ด้วยความสูงและใหญ่ของกระโดงบน ขณะเดียวกันรูปร่างรูปทรงที่สมส่วน สมดุล และมีความบึกบึนแบบปลากัดหม้อ และแก้มปลากัดที่มีสีแดงสดเนียนแบบเดียวกับสีลำตัว… การจะทำแบบนี้ได้นั่นจำเป็นต้องรู้ประวัติสายพันธุ์อย่างถ่องแท้และจะต้องรู้ความเข้มข้นของสายเลือดปลาแต่ละสายแต่ละครอก โดยการแบ่งระดับออกเป็นร้อยละ (%) เช่น เลือด 75%, 50%, 25% เป็นต้น อีกทั้งต้องไม่มีการนำเข้าปลากัดสีอื่นใดมาปะปนในสายเลือดนอกจากสีแดงจริงๆเท่านั้น

จากประสบการณ์การพัฒนาปลากัดสีแดงอย่างต่อเนื่องนับแต่เริ่มต้นมาจนปัจจุบัน ใช้เวลาไป 2 ปีครึ่ง ได้รับคำบอกเล่าและอ่านหนังสือจากหลากหลายตำรา หลากหลายสำนักที่มีการกล่าวว่า ปลากัดสีแดงที่สวยๆเมื่อมีการผสมในสายเลือดจะได้ปลากัดสีเหลือง ซึ่งเป็นที่สุดของเลือดปลากัดสีแดง และหากอย่างได้ปลากัดสีแดงสวยๆไม่มีตาข่าย ต้องเอาปลากัดสีเหลืองกล้วยหอมที่หลุดมาจากครอกปลากัดสีแดงมาเข้ากับสีแดงแบบมีตาข่าย… พบว่า เมื่อเรานำปลากัดสีเหลืองมาเข้าแล้ว ผลกลับไม่ได้ดีดังคิด… สีแดงบนตัวปลาจะจางลงและเนื้อใสขึ้นด้วยซ้ำ แต่ในขณะที่เมื่อนำปลากัดสีแดงสดผสมกับปลากัดสีแดงสด… ผลที่ได้ออกมาต้องมีแต่สีแดงสดเท่านั้น และตาข่ายดำจะลดลงหรือบางลง ไม่เคยได้ปลากัดสีเหลืองใดๆออกมาเลย แต่หากนำปลากัดสีเหลืองมาเข้าเพียงสักครั้ง หรือปลากัดสีแดงตัวที่นำมาผสม มีเลือดปลากัดสีเหลืองอยู่ด้วย ลูกปลาที่ได้ออกมาจากการผสมในครอกเดียวกัน ร่นที่ 2 , 3 จะมีสีเหลืองออกมาแน่นอน นั่นคือแนวทางหนึ่งที่ผมพบและยึดเป็นหลัก ซึ่งอาจจะแตกต่างจากคนอื่นๆบ้าง เพราะปลากัดแต่ละสีแต่ละสายไม่เหมือนกัน กระบวนการเลี้ยง อาหาร การควบคุมสายพันธุ์แตกต่างกัน จึงไม่สามารถยึดเป็นหลักสากลได้ ดังนั้นในการเก็บรักษาระดับความแรงของสายเลือด ผมจะนำปลากัดสีแดงกลุ่มแรก Super Red Black Ring มาผสมกันเองก่อน จะในครอกเดียวกันหรือสับครอกก็ได้ เพื่อรักษาความเข้มของเนื้อสี และจะนำมาผสมไขว้กับปลากัดสีแดงซีดที่เราเรียกว่า Red Cambodian หรือใช้ Super Red from Red Cambodian ซึ่งจะได้ผลที่ดีกว่า และจะได้ปลากัดสีแดงสดรุ่นไม่มีขอบดำตามเกล็ดและหางออกมา…

การพัฒนาตามแนวทางที่กล่าวมาข้างต้น จึงทำให้ได้ปลากัดสีแดงในรูปแบบและรูปทรงที่แตกต่างกันไป จากการสังเกตพบว่า ปลากัดครีบสั้นนั้น ไม่เหมาะที่จะนำมาพัฒนาในลักษณะผสมกันภายในครอก เนื่องจากพบว่า เมื่อใดก็ตามที่มีการผสมกันภายในครอก ปลาที่ได้ในรุ่นต่อไปมักจะพบอาการผิดปกติในทางใดทางหนึ่ง และไม่สามารถนำออกมาจำหน่ายได้ เพราะการทำปลากัดเกรดบนซึ่งเน้นคุณภาพนั้น การผิดพลาดในเรื่องดังกล่าว อาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสีย ดังนั้นจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดและตัดสินใจอย่างรอบคอบในการเลือกสายพันธุ์ปลามาเพาะเลี้ยง แต่เนื่องจากผมมักจะใช้วิธีฝากสายเลือด นั่นคือการนำปลากัดสีแดงจากภายนอกมาสับสาย โดยครอกที่นำปลาจากภายนอกมาสับนั้น ปลาที่ได้มักจะสวยแบบไม่เต็มที่ เนื่องจากมีสายเลือดปลาอื่นมาปน แต่เมื่อเราเอารุ่นลูกที่ได้ไปผสมกลับในสายเดิม ก็จะได้ปลาที่มีลักษณะใกล้เคียงเดิมหรืออาจจะสวยกว่าเดิม หากเราสามารถเลือกเอาลักษณะที่ดีจากปลาอีกสายหนึ่งเข้ามาในสายเลือดของสายดั้งเดิมของเราได้… ตรงนี่นี่แหละที่ผมเรียกว่า การพัฒนา การปฏิบัติดังกล่าวนั้น ผมคิดว่าจะทำให้สามารถรักษาสายพันธุ์ปลากัดสีแดง ที่ได้ชื่อว่ามีมาตรฐานสูงมากสายหนึ่งเอาไว้ได้อย่างยั่งยืน

ช่วงเวลาที่พัฒนาปลากัดสีแดงมานี้ สิ่งที่พบเห็นและอยากเล่าต่อกันฟังคงจะเป็นในเรื่องของการถ่ายทอดลักษณะเด่น ซึ่งผมคิดว่า มันน่าจะนำไปปรับใช้กับการพัฒนาปลากัดสีอื่นๆได้ด้วย… นั่นแหละจะเป็นประโยชน์ที่ได้รับอย่างแท้จริง… อันเนื่องมาจากปลาแดงแต่ละรุ่นที่ได้พัฒนามานั้น หากติดตามและสังเกตกันอย่างจริงจังแล้วจะพบว่าในเรื่องของรูปร่างนั้น แทบจะถอดแบบกันออกมาทีเดียว ทั้งๆที่มีการนำปลากัดสายอื่นๆจากภายนอกเข้ามาผสมเพื่อสับสายเลือด ผลที่ออกมาก็จะเป็นในลักษณะดังกล่าวเหมือนๆกัน ลองเอาไปเข้ากับปลากัดสีอื่น รูปทรงอื่น ผลที่ออกมาก็จะคล้ายคลึงกัน นั่นคือการถ่ายทอดในเรื่องของโครงสร้างปลา ไม่ว่าจะใช้ตัวผู้หรือตัวเมียสลับกันอย่างไรก็ตาม โครงสร้างของปลาจะถ่ายทอดออกไปด้วยและมากพอที่จะกดทับโครงสร้างของปลาสายอื่นๆไม่ให้แสดงออกมาได้ หรือได้แต่น้อยมาก… นั่นเท่ากับว่า หากเราสามารถรักษาและพัฒนาปลากัดสีใด ตัวใด ให้คงความนิ่งของสายเลือดได้แล้ว มันก็จะสามารถถ่ายทอดออกไปได้เช่นกัน…
ปลากัดสีแดง…. ยังคงจะเป็นปลาที่อยู่ในความนิยมตลอดไป… ผมว่ามันเป็นสีที่สะดุดตา และตรงกับความชอบของใครอีกหลายๆคน… อีกทั้งการพัฒนาย่อมจะไม่มีวันสิ้นสุด… ยังคงมีปลากัดสีแดงที่น่าพัฒนาต่ออีกหลายต่อหลายตัว ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงโครงสร้างหางเพื่อทำเป็นปลาหม้อฮาร์ฟ ปลาหม้อสองหาง ปลาหม้อหางใบโพธิ์… และอื่นๆตามแต่จะจินตนาการไป… อยู่ที่การตั้งเป้าหมาย ความตั้งใจ และความจริงจังของเราต่างหาก… หากทุกคนมุ่งมั่นที่จะทำแล้ว แนวทางในการพัฒนาดังที่ผมเล่าจากประสบการณ์ น่าจะพอเป็นตัวชี้นำให้ทุกๆท่าน… มองเห็นความสำเร็จ เห็นแนวทางอยู่ข้างหน้า… และสามารถพัฒนาปลากัดสร้างผลงานออกมาได้เช่นเดียวกับผม… ส่วนผมเองก็คงจะรักษาปลาสีนี้เอาไว้ต่อไปให้คงความเป็นอมตะ เป็นอัญมณีที่ร้อนแรงในสายน้ำต่อไป…