เทคนิคการทำตลาดปลากัดเบื้องต้น

เรื่องนี้จริงๆไม่เกี่ยวกับปลากัดสักเท่าไร… แต่ก็คิดว่าน่าจะเป็นปัญหาของหลายๆคน โดยเฉพาะมือเพาะเลี้ยงสมัครเล่น หรือแม้กระทั่งกลุ่มทำปลาระดับอาชีพเองก็ตาม… แนวทางที่จะมาแนะนำ… คงไม่ใช่แนวทางที่ดีที่สุด … หรือถูกต้องที่สุด มันเป็นเพียงแนวความคิดและผลจากการกระทำที่ได้ทำมาในระยะเวลาหนึ่ง… เรื่องของการตลาด… ไม่ใช่เรื่องที่มีกฎตายตัว… ผมเองถ้าจะว่าไป… ก็ไม่ได้ศึกษามาทางด้านนี้… มาเขียนเรื่องนี้… ยากพอสมควร เอาเป็นว่า ผมเอาประสบการณ์มาเล่าให้ฟังดีกว่า… ทั้งนี้… จะมุ่งไปที่ปลากัดสวยงามมากว่าปลากัดเก่งนะครับ… แต่บางอย่าง ก็สามารถนำมาประยุกต์ให้เข้ากันได้…

จากวันที่ได้พยายามทำปลากัดออกมาจนได้จำนวน… และเริ่มหาตลาดแรกของตัวเอง ก็ประสบปัญหาพอสมควร… ไม่มีใครยอมรับปลาเรา เอาตัวอย่างปลาไปให้ดู… เขาปฏิเสธโดยไม่ยอมเปิดดูปลาเราเลย… ไม่มีใครสนใจ… จนแทบจะต้องไปขอร้องให้เขามาซื้อปลาเราไป… จากวันนั้น… มาจนถึงวันที่ผมไม่มีปลาจะขาย ไม่มีปลาจะส่งให้ลูกค้า ผ่านอะไรมาพอสมควร… และมองตลาดปลากัดออกเป็น 4 ตลาด… คือ…

1. ตลาดปลาเกรด A หรือขายกันบน aquabid.com

2. เกรด A, B ก็คือการขายส่งปลาเกรดดังกล่าวไปต่างประเทศเป็นจำนวนมาก…

3. เกรด A-C ขายปลีกในประทศ

4. ตลาดขายส่งในประเทศ

… ตลาดทั้ง 4 ตลาด นี่แหละ ที่เป็นเป้าหมาย หรือแหล่งหารายได้สำหรับคนเพาะปลากัด แต่จะทำอย่างไรเล่า เราถึงจะสามารถมีตลาดทั้ง 4 แห่งครบ… ก็มาทำความเข้าใจกลุ่มลูกค้าทั้ง 4 กลุ่มก่อนดีกว่า…

กลุ่มแรกเลยคือ กลุ่มลูกค้าที่ซื้อขายกันบน aquabid.com โดยปกติ… ลูกค้ากลุ่มนี่ ถ้าจะให้พูดเลยคือ กลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง… เป็นลูกค้าที่จะเลือกและเล่นปลาที่สวยงาม ฟอร์มดี หรือปลาที่ไม่เหมือนใคร… เรียกว่า ต้องรักชอบปลากัดเป็นชีวิตจิตใจ และกล้าที่จะซื้อทั้งๆที่ราคาสูงกว่าปลากัดที่ส่งไปขายในบ้านเขามากๆ… เลี้ยงปลากัดประเภทข้ามีคนเดียว… หรืออวดคนอื่นได้ว่า ปลาตัวเองมีระดับ… หรือนำไปประกวด นำไปพัฒนาสายพันธุ์

กลุ่มที่ 2… มักจะเป็นกลุ่มพ่อค้าคนกลางของต่างประเทศ… ก็คือ ซื้อมาขายไปนั่นแหละ… ดังนั้น ลูกค้ากลุ่มนี้ จะต้องการกำไร… เพราะมีเป้าหมายจะนำปลาไปจำหน่ายต่อซะมากกว่าเอาไปเลี้ยง…

กลุ่มที่ 3… กลุ่มนี้ ผมจัดให้ร้านค้าปลากัดในประเทศนี่แหละ… ที่เราไปซื้อหากันมาเลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นระดับ… สิบกว่าบาท ไปจนเป็นพันบาทก็ตาม… รวมถึง กลุ่มที่ซื้อหาปลา เพื่อนำไปประกวดในงานต่างๆที่จัดขึ้นในบ้านเราด้วย…

กลุ่มที่ 4… ง่ายๆคือ ขายยกเป็นปลาลังไปเลย… พวกปลาเกรดไม่ถึง ขายจำนวนมากๆ… ประเภทมาทียกเป็นร้อยขึ้นไป… ไม่คัดปลาสักเท่าไร…

จากกลุ่มลูกค้าทั้ง 4… เราก็พอจะกำหนดเป้าหมายของเราได้แล้ว… ว่ากำลังของเราในการผลิตปลากัดออกมานั้น ควรจะมุ่งเป้าไปหาตลาดระดับไหน จึงจะคุ้มค่ากับสิ่งที่เราจะทำ… หากคุณมีบ่อเพาะเลี้ยงน้อย… จะมาจับตลาดกลุ่มที่ 2… มันจะไหวไหม หากจะทำ คงต้องผันตัวเองเป็นคนจับปลากัดสวยๆตามฟาร์ม แล้วเอาไปเสนอขายต่อจะเหมาะกว่า… ดังนั้น กำหนดเป้าหมายของตนเองให้เหมาะกับกำลังผลิตซะก่อนเป็นอันดับแรก… ถัดมา… สายพันธุ์ของปลาที่เราจะนำมาทำ… หากเราจะจับตลาดกลุ่มแรก… แต่ไปหาซื้อปลาตามร้านค้าทั่วๆไปมาเพาะเลี้ยง… ก็คงยากหน่อย เพราะไม่รู้สายเลือดของเขากันเลย… ปลาตามร้านที่สวยๆน่ะมีเยอะ… แต่อย่าลืมว่า ปลาสวยหลายๆตัว ก็อาจจะหลุดมาจากปลาที่สายเลือดไม่นิ่งได้เช่นกัน… ถ้าเป็นนักจับปลาขาย มองปลาขาด… คุณสามารถเดินหาปลาในถุงพลาสติกตัวละไม่กี่สิบบาท แล้วไปขายบน aquabid ได้ในราคาหลายร้อยจนเป็นพันบาท เรียกว่ากำไรหลายเท่าตัว… แต่ มันจะมีกี่ตัวล่ะ… ที่สีเดียวกัน ฟอร์มเหมือนๆกัน… ดังนั้น ถ้าคิดจะทำปลาขายสำหรับกลุ่มแรกละก็… แนะนำเลยว่า ถ้าไม่อยากใช้เวลานานเหมือนผม… ไปซื้อสายเขามาเลยง่ายที่สุด… ซึ่งคงจะราคาสูงพอสมควร… หรือจะพัฒนาขึ้นมาเอง ก็คงใช้เวลานานพอสมควร… อึดพอไหม… ซึ่งการทำแบบนี้… อาจจะทำให้เรามีปลามากพอจะปล่อยในตลาดกลุ่มที่ 2 และ 3 หรือ 4 ได้ด้วย… แต่หากคิดจะจับตลาดกลุ่มที่ 4 ละก้อ… ไม่ต้องสนใจอะไร ไปเดินซื้อมา เพาะเอาจำนวนเยอะๆ… เลี้ยงให้สมบูรณ์แล้วขายไปเลยก็ได้… เหนื่อยนิดนะ… สรุปเรื่องที่ต้องคำนึงเรื่องที่สองคือ… พิจารณาสายพันธุ์ให้เหมาะสมกับกลุ่มตลาดที่เราเลือก มีแค่นี้เอง… เรื่องเวลาในการดูแลปลา อาหาร มันไม่เกี่ยวกะตลาด… แต่มันเกี่ยวกับต้นทุนของปลาต่างหาก… หากจะเลี้ยงฮาร์ฟ… แต่หาแหล่งอาหารที่เหมาะสมไม่ได้ เวลาดูแลปลาไม่มี อาจจะต้องเปลี่ยนสายพันธุ์ปลาให้เหมาะสม… อันนี้คงไม่แนะนำ ให้ไปพิจารณาเองจะดีกว่า… เรายังมีเรื่องที่น่าสนใจกว่านั้นอีก…

… จะไปหาลูกค้าที่ไหนล่ะ… คำถามนี้… ผมได้ยินบ่อยๆ… ลองคิดดู… ปลากัดอายุเฉลี่ยแค่ 2 ปี… ถึงจะมีรายงานว่าไปได้ถึง 5 ปีก็ตาม… แต่ถามว่า การที่คนๆหนึ่งจะเลี้ยงปลากัดในโหล ในตู้ แบบสวยงาม…ได้นานขนาดนั้น จะมีสักกี่คน… ปีเดียวก็เก่งแล้ว สำหรับคนเลี้ยงเฉยๆ… ดังนั้น จึงถือเป็นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยอย่างหนึ่งเลย… นั่นคือ ต้องหามาทดแทนเป็นประจำ… ปลากัด เลี้ยงตัวเดียวไม่ได้… เพราะคนเลี้ยงจะไม่รู้สึกดีเลย… มันจะไปพองกะใครล่ะ… กระจกเหรอ… เชื่อเถอะว่า… คนรักปลากัด คนเลี้ยงปลากัด จะมีปลามากกว่า 1 ตัวแน่ๆ… นี่คือจุดอ่อนของเป้าหมายเรา ก็คือ ลูกค้าไง… ดังนั้น… หากคุณหาลูกค้าได้หนึ่งคน… แทบจะบอกได้เลยว่า คุณน่าจะขายปลาได้มากกว่า 1 ตัว…

การหาลูกค้า ไม่ใช่เรื่องยาก … เพราะถ้าคิดว่ายาก คุณก็จะไม่มีลูกค้า… ทำอย่างไร ปลากัดที่เราผลิตมา… จะเข้าตาลูกค้าได้สักราย… ลองคิดดู คนบนโลกเรา เลี้ยงปลากัดกี่คน… ทุกคน คงไม่ชอบปลากัดสีเดียวกัน… ดังนั้น ปลาสีใดๆก็ขายได้… แต่จะได้ราคามากน้อยต่างกัน ขึ้นอยู่กับความสวย คุณภาพ ความต้องการ และ สายพันธุ์… จงมั่นใจกับปลากัด ที่เราเพาะเลี้ยงขึ้นมากับมือ… เพราะถ้าคุณเองยังไม่มั่นใจ ใครจะมามั่นใจไปกว่าเราอีก… ใครจะรู้ดีไปกว่าเราอีก ว่าปลาตัวที่เราผลิต มีสายเลือดมายังไง… ดังนั้น ข้อมูลเกี่ยวกับปลาที่เราจะจำหน่าย อยู่ที่เราคนเดียว…

เมื่อคุณมั่นใจ… จงประชาสัมพันธ์ปลาของคุณออกไปให้ทั่ว… โดยอาศัยสื่อต่างๆ… เว็บบอร์ดมีเยอะแยะ… ไปแปะรูปไว้สิ… (นั่นคือ คุณต้องมีกล้อง มีคอมพิวเตอร์ และถ่ายรูปเป็น) เอาไปขายบน aquabid สิ… เขาจะรู้จักเราทั่ว หากปลาเราเข้าตาคนรักปลากัด (ต้องอาศัยอุปกรณ์อย่างที่กล่าวมาแล้ว) สำหรับในประเทศ… ลานประกวดไง… อาจจะเป็นเวทีที่ทำให้คุณไปที่รู้จักได้เช่นกัน… ร้านค้าปลาต่างๆ… รู้จักไว้สิ… คุณอาจสามารถนำปลาไปฝากขายหรือให้เขาดูจนเขากล้าซื้อปลาเราไปขาย…

การกระทำข้างต้น… ถึงแม้จะยังไม่สำเร็จตั้งแต่ครั้งแรก… แต่นั่นก็คือการประกาศหรือทำให้คนรู้จักเราแล้ว… อย่าท้อ… จงทำอย่างต่อเนื่อง… สม่ำเสมอ… ที่สำคัญคือ… อย่าหยุดพัฒนาเป็นอันขาด…. และรักษาคุณภาพให้ได้… อย่าเห็นแก่เงิน โดยเอาปลาไม่ดี ปลามีปัญหาไปขายเขา… เพียงไม่นานนัก… ความมั่นใจในปลาเรา ในการบริการของเราจะเริ่มเกิด… และจะมีลูกค้าเข้ามาเอง…

อย่าลืมว่า… เราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกของคนเพาะเลี้ยง คนขายปลากัด… เรายังมีสังคม มีการเอื้ออาทร มีการช่วยเหลือกัน… การส่งปลาเรายังต้องพึ่งพาผู้ส่ง ยังอาจต้องมีการวิ่งหา วิ่งติดต่อเพื่อซื้ออุปกรณ์บางอย่างจากกลุ่มผู้เพาะเลี้ยงด้วยกัน วิ่งหาสายพันธุ์กัน… ดังนั้น… จงอย่าทำลายกันเอง… การไม่ขายตัดราคากัน… การกำหนดราคาให้เหมาะสมกับปลากัดของเรา… จะทำให้เราอยู่รอดกันเป็นส่วนรวม… สามารถรักษาตลาดของไทย… นำเงินตราต่างประเทศเข้ามาบ้านเราได้อีกมาก…

จงพยายามขยับขึ้นแท่นผู้เพาะเลี้ยงเกรด A : Top Quality ให้มากที่สุด…. คุณขายปลากัด 1 คู่… 50 เหรียญ กับขายไปคู่ละ 10 เหรียญ… ใครเหนื่อยกว่ากัน… จงควบคุมปริมาณปลา อย่าให้ออกมามากจนเกินไป… จงอย่าทำปลาตามตลาด ตามกระแส… เพราะมันจะมีสีเดียวกันออกมาล้นตลาด… แล้วราคามันจะตก… รักษาคุณภาพ และทำปลาในแบบของตัวเองให้มากที่สุด แล้วคุณจะอยู่ได้…

สำหรับบทความนี้… ผมขอจบไว้แต่เพียงนี้ก่อน… แล้วจะเอาเทคติกบางอย่างมานำเสนอกันอีก… รออ่านกันไปก่อนนะครับ…