วิธีการเป่าไข่อาร์ทีเมีย การฟักไข่ไรทะเล

สวัสดีครับ พอดีช่วงนี้ตกงาน ว่างมากเลยเข้ามาอ่าน forum อยู่บ่อยๆแล้วเห็น เทคนิคที่พี่อรรถนะนำจากหัวข้อ วิธีกรองอาธ์ทีเมีย ผมก็เลยสนใจเอามาทำเป็นการบ้านแล้วก็ทดลองโน่นนี่นิดหน่อย จนสรุปออกมาได้ดังตัวอย่าง เป็นผลที่ค่อนข้างจะน่าพอใจครับ ได้ตัวอาธ์ทีเมียที่ค่อนข้างมีคุณภาพสะอาดมากครับ แทบจะไม่มีเปลือกไข่ติดอยู่เลยก็ว่าได้ ผมเลยทำแบบใสและแบบทึบให้ดูเพื่อให้เห็นด้านในด้วยครับว่าเป็นอย่างไร ลองทำกันดูครับผมว่าใช้ดีนะครับ สำหรับคนที่ใช้เยอะหน่อยก็ทำหลายอันหน่อย ทำ D.U.E ไว้ด้วยนะครับเพื้อจะได้รู้ว่าอันไหนพร้อมใช้เมื่อไหร่ อย่างไร อันไหนทำก่อนหลัง แต่ถ้าต้องการใช้เยอะจริงๆ ก็ทำขวดน้ำ 5 ลิตรไปเลยครับ ทำเหมือนกันครับ

1. ใช้ขวดน้ำ 1.5 ลิตร แบบกลมดีกว่าเหลี่ยม เจาะก้นเอาขอบไว้ด้วย ให้กว้างพอจะรินไรทะเลที่เป่าแล้วลงได้สบายๆ
2. ฝาขวดเอามาเจาะรูใส่วาว์ลลมตัดท่ออ็อกซิเจนสัก 1.5 ซม.เสียบ อันนี้ปรับแต่งสั้นยาวตามปริมาณกากที่ลอยครับ ถ้าใช้ไข่เยอะสัก1.5 ช้อนชาในน้ำเกลือ 1.5 ลิตร ท่อก็ประมาณ 1.5 ซม
3. เอากระดาษกาว ปิดรอบคอขวดสูงจากเกลียวประมาณ 3 ซม. พ่นสีดำนอกขวดจนดำเข้ม เป็นไง พ่นไม่ค่อยติดใช่ป่ะ? มันจะใสๆอยู่เรื่อย ลืมบอกไปเอากระดาษทรายขัดก่อนให้รอบๆขวด ทีนี้ติดง่ายแล้ว แห้งแล้วลอกกระดาษกาวออกด้วย
4. ขอบที่ก้นขวดหลังเจาะแล้วก็พ่นด้วย เจาะรูเพิ่มสักรูเล็กๆร้อยลวดแขวนซะ ต่อท่อยาวแค่ไหนตามชอบใจไปที่กระชอนละเอียด
5. อยากได้กระชอนที่ละเอียดพอกรองไรแล้วใช่ไหม ไม่ยากใครมีผ้าแก้วโอล่อน เราอาจไม่เคยสนใจมันเขาชอบเอามาห่อของชำร่วยละเอียดมากๆ หาได้ที่แผนกผ้าตั้งฮั่วเส็ง ไว้ไปแล้วจะซื้อมาสักเมตร เย็บแทนผ้ากระชอนอันที่ขาดแล้ว อันนี้ต้องตัวใครตัวมันเย็บเองครับ หรือใครมีทางหาผ้าซิลสกรีนละเอียดมากๆได้นี่ยิ่งยอดเยี่ยมเลยจอร์จ ทนทานการกรองคงที่นานจนลืม
6. มีที่กรองแล้ว ก็ต้องเริ่มเป่ากันละสิ ที่ผ่านมาใช้ขวดนมขนาด 2 ลิตร อ้อนลูกนานหน่อยกว่าจะยอมกินนมให้ 2 ขวด ทำไมต้อง 2 ลิตร เราใช้น้ำ 1.3-1.5 ลิตร ในการเป่า ความสูงของขวดและการบีบแคบฟองอากาศสม่ำเสมอดี ได้ผลพลอยได้จากแรงเฉือน (Shear Force) ในการทำให้เปลือกไข่แตกออกได้ง่ายขึ้น
7. เอาน้ำไม่มีคลอรีนใส่สักนิดหน่อย เติมไข่ลงไปแกว่งๆแล้วไปกรองของคราวที่แล้วก่อน สักพักค่อยกลับมาเติมน้ำจนได้ระดับที่ต้องการ เน้นไม่เกิน 1.5 ลิตรแล้วเติมเกลือ การเติมเกลือ นี่ก็แล้วแต่ใครชอบกรอง48 ชม. ก็เติมเกลือเยอะหน่อยสัก 4-5 ช้อนชา ใครชอบกรอง 24 ชม. เติมแค่ 2 ช้อนชาก็พอแล้วเติมมากออกช้านิดนึงแต่ก็ตายน้อยกว่า ดังนั้น 24 ชม. มันยังไม่ตายจะเติมเยอะๆไปทำไม….เปลือง
8.หย่อนหัวให้อากาศลง ปรับปริมาณอากาศให้ดูว่าน้ำมีการเคลื่อนตัวทั่วดีแล้วเร่งขึ้นอีกสักหน่อยนั่นแหละเสร็จแล้ว
ข้อดีของขวดกรองไรแบบนี้ ไรจะมาออกันแถวที่เปิดช่องแสงไว้ หาอะไรบังด้านก้นขวดที่เจาะซะหน่อย เปิดวาว์ลแรกๆไรก็เกือบหมดแล้ว จะใช้เลี้ยงปลากัดก็ล้างน้ำจืดสักหน่อย เลี้ยงคิลลี่หรือหางนกยูงก็ใช้ได้เลย

 อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำครับ สำหรับการเจาะรูก็ใช้น๊อตสกรูตัวหัวแหลมนะครับ เจาะเป็นรูเล็กกว่า ตัวข้อต่อหัวเป่าอากาศครับ เพื่อให้มันยึดติดกับฝาขวดได้แน่นและน้ำไม่ไหน ส่วนสายยางที่ใช้ท่อนที่สั้นที่สุด (ท่อนที่ติดกับฝาขวดและตัวปรับความแรงลม ผมแนะนำให้ใช้เป็นสายยา

อันนี้ต่อเสร็จแล้วครับ รูปไม่ค่อยชัดแต่พอเห็นนะครับ ส่วนสีที่พ่นก็พ่นสักสองหรือสามรอบ ลองส่องดูก็ดีว่ามันมีแสงลอดมามัย เพราะไรแดงจะลงมาเล่นแสงสว่างตรงปลายหัวขวดครับ เลยทำให้เรากรองไรแดงได้ง่าย โดยไม่ติดเปลือกไข่เลยครับ หรือติดก็น้อยมาก

อันนี้เป็นข้อแนะนำของพี่อรรถนะครับ ข้อความข้างต้นด้วยครับ        ป้ายบอกเวลาการ ทำ การพร้อมใช้ และวันเวลาหมดอายุ
D = Done เวลาที่เราทำเสร็จ ทำเสร็จคือเติมเกลือ น้ำ ไข่นะครับแล้วเริ่มเป่าลม หรือเรียกง่ายๆ ว่าเวลาที่เราเริ่มเป่าครับ
U = ให้เราเขียนเวลาที่เราต้องการจะใช้ เช่น ต้องการเป่าให้ตัวมันเล็กนิดนึง ก็ประมาณสัก 14 ชั่วโมง จะมีบางตัวออกมาบ้างแล้วครับ บางส่วนสามารถฟักออกภายใน 10-12 ชั่วโมงแต่ตัวมันจะเล็กมากๆ ขนาดเท่ากับไข่มันเลยครับ ตัวกลมๆ ว่ายช้าๆ
เราก็เขียนเวลาห่างออกไป 14 ชั่วโมงจะได้รู้ว่าพร้อมใช้เมื่อไหร่ แต่ถ้าจะเป่าให้ออกเกือบหมดแนะนำว่า 20 ชั่วโมงขึ้นครับ จะได้เกือบหมดเลยครับ บางยี่ห้อสามารถเป่าได้ถึง 48 ชั่วโมง บางยี่ห้อก็ 36 ชั่วโมง อย่าเป่าเกินอายุมันนะครับ เป็นวุ้นตายหมดครับ เอาไปให้ปลามันก็ไม่ค่อยกิน จมน้ำเป็นของเสียเปล่าๆ ต้องดูดออกอีก
E = Expired หมดอายุเมื่อไหรครับ จะได้เตือนเราครับ
ป้ายบอกอายุเหมาะสำหรับคนที่ทำหลายอันครับ ผมทำเช้าเย็น ตอนแรกๆใช้จำว่าอันไหนทำก่อน หลัง ปรากฎว่าบางวันเหนื่อยมากหน่อยพอตื่นขึ้นมา นั่งเกาหัวยิกๆ อันไหนว่าเป่าก่อนหลัง สีมันก็ส้มๆ คล้ายๆกันทั้งคู่ นั่งเพ่งอยู่สักพัก เลยหันมาแนะนำ ป้ายอันนี้ครับ แถมให้คนอื่นเอามาใช้เลี้ยงแทนเราได้ด้วยเวลาเราไม่อยู่บ้าน เขาจะได้รู้ว่าอันไหนใช้เมื่อไหร่ ก่อนหลังครับ

อันนี้เป็นขนาดที่ผมใช้ครับ เพราะผมมีลูกปลาไม่เกิน 500 ตัว เลยใช้น้อยหน่อย (งกครับงก) ซื้อมาแพงมากเลยครับ ผมใช้ Red Top ว่าจะฝากพี่โด่งซื้อแต่พอดีไม่ได้ติดต่อไป ไปเดินสวนจตุจักรเลยซื้อกลับมาเพราะต้องการใช้เลย เพราะเห็นคราวก่อนพี่โด่งยังไม่ถึงรอบสั่งเลยตัดใจซื้อครับ 900 บาทครับ ขนาดลดแล้วนะราคากันเอง แต่ของพี่โด่งถูกกว่าครับ เห็นพี่โด่งว่าคุณภาพใช้ได้ดีเหมือนกัน ของผมก็ดีครับ ได้เต็มๆ

เป่าครบประมาณ 20 ชั่วโมงครับ กำลังสีน่ากินเลย ผมนะเคยลองชิมมาแล้วนะครับ เค็มครับ ไอ้ที่กินนะอุบัติเหตุครับ ขนาดนี้เป็นปริมาณ 3/5 ของที่ในช้อนทีแรกที่ผมเป่านะครับ เพราะผมแบ่งเป็นสองช่วงเพื่อใช้เช้าเย็น ผมมีปลาน้อยขี้เกียจเป่าหลายอัน เปลืองเกลือ (งกอีกแล้ว) จริงๆแล้วขี้ลืมครับ บางทีเป่าเอาตอนเที่ยงคืน ตีสอง ใช้ตอนสิบโมงเช้า ไอ้ที่เป่าตีสองนะเพราะว่าสายมันหลุดนะครับ ที่ผมบอกให้ใช้แบบซิลลิโคน เข็ดสิครับ น้ำเกลือทั้งนั้นแถลไข่อีกต่างหาก ตอนตีสองแทนที่จะได้นอน อืมสร้างงานแถมไหลไปทั่วห้องนอน อืม…แต่ก็ยังไม่เลิกเป่า เพราะยังต้องใช้ มันสะดวกกว่าไข่ครับ เพราะผมไม่ค่อยเห็นลูกปลากินไข่สักเท่าไร น้ำเสียเร็วมาก อาจจะเป็นเพราะผมพ่นเกินสองทีอย่างที่พี่ๆแนะนำมังครับ

อันนี้เติมน้ำเข้าไปครับเพื่อให้ความเค็มเจือจางครับ

กรองด้วยผ้ากรองขนาดละเอียดครับ กรองได้ขนาดโรติเฟอร์ยังไม่รอดเลย ผมลองกรองไรฝุ่น ลูกของไรน้ำจืดได้หมดเลยครับ สังเกตุว่าขนาดน้ำมันยังไม่ค่อยจะลอดออกไปเลย แต่สักพักน้ำก็หมดออกไปเองครับ

 แล้วก็มาใส่น้ำสะอาด ด้วยข้าวกล่อง 7-11 กลายมาเป็นภาชนะในการใช้ใส่อาธ์ทีเมีย สะอาดมัยครับ ไม่เห็นเปลือกไข่เลยละซิ